ราคาน้ำมัน BRENT, WTI ลดลง หลังอิหร่าน-อิสราเอลหยุดโจมตีชั่วคราว ตลาดจับตาสันติภาพตอ.กลาง

ข่าวต่างประเทศ Tuesday June 9, 2026 14:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันนี้ (9 มิ.ย.) หลังตลาดตอบรับสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เมื่ออิหร่านและอิสราเอลประกาศยุติการโจมตีซึ่งกันและกันตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายยังคงเตือนว่าอาจกลับมาสู้รบได้อีกในอนาคต

ณ เวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ลดลง 1.14 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.2% มาอยู่ที่ 93.11 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 1.30 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.4% สู่ระดับ 90.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 5% ในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) หลังอิสราเอลกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง รวมทั้งเกิดการโจมตีในเลบานอน ส่งผลให้ความหวังที่จะยุติสงครามอย่างรวดเร็วริบหรี่ลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันได้ลดช่วงบวกหลังจากกองทัพอิหร่านประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิสราเอล

นักวิเคราะห์จาก KCM Trade ระบุว่า แม้การหยุดโจมตีโดยตรงครั้งล่าสุดจะช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดได้บางส่วน แต่นักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าการพักรบดังกล่าวจะสามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

อิหร่านและอิสราเอลยืนยันว่าได้ยุติการโจมตีระหว่างกัน หลังทรัมป์เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงตอบโต้กันในทันที อย่างไรก็ตาม อิหร่านระบุว่าจะกลับมาโจมตีอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

ด้านนักวิเคราะห์จาก IG มองว่า แม้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามมากขึ้น แต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ และโอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างถาวรยังมีไม่มากนัก

ขณะที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลจะตอบโต้ด้วยกำลัง หากอิหร่านกลับมาโจมตีอีกครั้ง ส่วนทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ซึ่งเผยแพร่ในวันจันทร์ว่า เขาได้เตือนเนทันยาฮูว่า อิสราเอลอาจต้องต่อสู้เพียงลำพัง หากตัดสินใจกลับไปทำสงครามกับอิหร่านอีก

นักวิเคราะห์มองว่า ประเด็นสำคัญในระยะต่อไปคือ ความพยายามลดความตึงเครียดในปัจจุบันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงการหยุดพักความขัดแย้งชั่วคราวเท่านั้น

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการเจรจาสันติภาพคือ การที่สหรัฐฯ กดดันให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ. มีน้ำมันราว 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลกขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์ว่า ได้เข้าหยุดยั้งเรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่งในอ่าวโอมาน หลังเรือลำดังกล่าวพยายามเดินทางไปยังท่าเรือของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการปิดล้อมอิหร่านที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ในตอนนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ