ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.87 คลายกังวลอุปทานชะงักหลังเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น

ข่าวต่างประเทศ Thursday June 25, 2026 06:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพุธ (24 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้น

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 2.87 ดอลลาร์ หรือ 3.92% ปิดที่ 70.34 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 3.34 ดอลลาร์ หรือ 4.33% ปิดที่ 73.74 ดอลลาร์/บาร์เรล

ในระหว่างวัน ราคาน้ำมันเบรนท์ร่วงลงแตะระดับ 73.12 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. หรือหนึ่งวันก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่วนราคาน้ำมัน WTI ดิ่งหลุดจากระดับ 70 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.

ข้อมูลการเดินเรือเผยให้เห็นว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันที่เคยติดค้างอยู่ 3 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบรวม 5 ล้านบาร์เรล สามารถเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ในวันพุธ โดยมี 2 ลำที่มุ่งหน้าไปยังเอเชีย ทั้งนี้ ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้ช่วยปลดล็อกอุปทานน้ำมันที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียได้มากขึ้น

ศูนย์ความมั่นคงทางทะเลของโอมาน (MSC) เปิดเผยว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เรือทุกประเภทสามารถใช้เส้นทางได้โดยไม่เสียค่าผ่านทาง ภายใต้ความร่วมมือจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ขณะที่ IMO แถลงว่า ลูกเรือจำนวนกว่า 11,000 คนที่ยังคงติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย จะเริ่มเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซภายใต้แผนอพยพครั้งใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและสหรัฐฯ

ด้านคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธ ปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบันมีระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเริ่มสงครามอิหร่าน เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้โดยอาศัยการคุ้มกันจากกองทัพ พร้อมระบุว่าอิหร่านจะไม่สามารถในการปิดกั้นช่องแคบนี้อีกต่อไปในอนาคต และสหรัฐฯ จะรับรองความปลอดภัยในการไหลเวียนของน้ำมัน แม้ว่าจะไม่มีข้อตกลงกับอิหร่านก็ตาม

ราคาน้ำมันยังปรับตัวลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ดำเนินการตรวจสอบบริษัทน้ำมัน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกหน้าสถานีบริการให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง

สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 6.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 3.9 ล้านบาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 600,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 500,000 บาร์เรล


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ