ราคาน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 1% เหนือ 54 ดอลลาร์ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน

ข่าวเศรษฐกิจ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 18:16 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งขึ้นกว่า 1% เหนือระดับ 54 ดอลลาร์ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านในวันนี้ ณ เวลา 17.59 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.68% สู่ระดับ 54.45 ดอลลาร์/บาร์เรล เกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านวันนี้ ขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลแดง โดยถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ 2 ลูกห่างจากชายฝั่งของเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบียประมาณ 100 กิโลเมตร ส่งผลให้น้ำมันรั่วไหลลงทะเล

ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบียเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 14 ก.ย. จนทำให้กำลังการผลิตน้ำมันต่อวันลดลงเกือบครึ่ง โดยซาอุดีอาระเบียและสหรัฐต่างกล่าวโทษอิหร่าน แต่อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบการโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุน หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุว่า โอเปกจะพิจารณาทุกทางเลือกในการประชุมเดือนธ.ค.เพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาด

นายโมฮัมเหม็ด บาร์คินโด เลขาธิการโอเปก กล่าวว่า โอเปกจะจัดการประชุมในเดือนธ.ค.เพื่อกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับปี 2563

นายบาร์คินโดกล่าวว่า ในการประชุมดังกล่าว โอเปกจะพิจารณาทุกทางเลือกเพื่อสร้างความสมดุล และเสถียรภาพต่อตลาดน้ำมันในปีหน้า

โอเปกบรรลุข้อตกลงกับรัสเซีย และผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกอีก 9 ประเทศในการประชุมเมื่อเดือนก.ค.ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เพื่อขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมี.ค.2563 จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนมิ.ย.ปีนี้ โดยจะปรับลดกำลังการผลิตในอัตราเดิมที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ