นางสาวชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า การซื้อ ขาย SET50 Index Futures วันนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อ ตามเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามา 5 วันต่อเนื่อง ทั้งตลาด หุ้นและ Futures เข้ามาแล้วประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่ง Valuation ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจทำให้ดึงดูดเม็ดเงินไหล เข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่
แนวโน้มวันพรุ่งนี้ยังมีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นได้ต่อ เนื่องจากยังได้แรงหนุนจาก Election Rally ที่จะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือน ก. พ. รวมทั้งการจ่ายปันผล ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีอัตราการจ่ายปันผลที่ค่อนข้างน่าสนใจระดับเกือบ 4% ประเด็นที่ต้องติดตาม ต่อ อาทิ การประชุม World economic forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังต้องตามต่อ รวมทั้งค่าเงินบาทซึ่งแข็งค่าสะท้อนภาพที่เม็ดเงินไหลเข้ามา ขณะที่สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานตัวเลขส่ง ออกไทยในวันศุกร์ รวมทั้งการเปิดเผยผลประกอบการ Real Sector ซึ่งอาทิตย์หน้าจะมีการรายงานกลุ่มพลังงาน และกลุ่ม สื่อสาร
ทั้งนี้ SET50 Futures ปรับขึ้นทะลุระดับสูงสุดเดิมที่ 870 จุด คาดดัชนียังปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยให้แนวต้าน 880 - 885 จุด และแนวรับ 870 - 865 จุด แนะนำนักลงทุนถือสถานะ Long หรือเข้าซื้อเมื่อย่อตัวที่ระดับ 870 จุด
ด้านราคาทองคำยังเดินหน้าทำ All Time High ต่อเนื่อง ได้แรงหนุนหลักจากประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงมาหลังประเด็นความขัดแย้งดูรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดเดนมาร์กเตรียมขายพันธบัตรของสหรัฐฯ ออกมา ขณะเดียวกันแม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) จะขยับขึ้น แต่เมื่อมีความกังวลนักลงทุน เลือกขายสินทรัพย์เสี่ยง และเข้าถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
โดยมองว่าทองคำยังมีโอกาสทำ All Time High ต่อไป แนะติดตามท่าทีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะออกมาสร้างความกังวลเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะที่กองทุน SPDR ETF ขายออกมานิดหน่อยอาจเป็นการปรับพอร์ตระหว่าง ทาง
โดยให้กรอบแนวรับ 4,820 - 4,845 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และแนวต้าน 4,885 - 4,900 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
ดัชนี SET50 ปิดวันนี้ที่ระดับ 881.31 จุด เพิ่มขึ้น 11.91 จุด, +1.37%