บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตลาดทองคำภาคค่ำส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยราคา ทองคำเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามามีความหวังเชิงบวกต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันได้เร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดัน ด้านเงินเฟ้อทั่วโลก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณชะลอแผนการโจมตีทางทหาร และเลือกเดินหน้าเจรจาทางการทูตกับอิหร่านอย่าง เต็มตัว ขณะที่สื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า มีแนวโน้มที่อิหร่านจะยอมรับข้อตกลง (MOU) เพื่อแลกกับการยกเลิก มาตรการคว่ำบาตรด้านน้ำมันและการเปิดช่องแคบฮอร์มุช
ประเมินว่าภาพรวมตลาดทองคำยังคงอยู่ในกรอบของการฟื้นตัวสลับการย่อตัว จึงแนะนำกลยุทธ์ "ดีดขาย-ย่อซื้อคืน" โดยมี แนวรับและแนวต้านสำคัญดังนี้ แนวต้าน: 4,240/4,308/4,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวรับ: 4,172/4,118/4,022 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์
แนะนำให้รอราคาดีดตัวขึ้นเพื่อเปิดสถานะขาย (Short) หากราคาไม่สามารถขับเคลื่อนผ่านแนวต้านแรกที่ 4,240-4,308 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ที่ระดับ 4,308 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสามารถพิจารณาทยอยซื้อคืนทำ กำไรฝั่งขาซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับสำคัญที่ 4,172 - 4,118 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
ดีลพลังงานโลกขยับ: หากอิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุชและกลับมาส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่ม ขึ้นทันที ซึ่งจะส่งผลให้ราคาพลังงานลดลง และบรรเทาความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อฝั่งสหรัฐฯ
ท่าทีของธนาคารแกกลางสหรัฐ (เฟด): เมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อจากฝั่งพลังงานเริ่มชะลอตัวลง อาจทำให้ตลาดลดมุมมอง เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้ และอาจเปิดทางให้เฟดพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เร็วขึ้นใน อนาคต
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ คืนนี้ (21:00 น.): ติดตามการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. จากมหาวิทยาลัย มิชิแกน (UoM) (คาดการณ์ 46.6) และตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ
ดัชนี SET50 ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,026.89 จุด เพิ่มขึ้น 13.63 จุด, +1.35%