กระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรแร่ธาตุของอียิปต์ ได้ประกาศปรับขึ้นราคากลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลักราว 14-17% ในวันอังคาร (10 มี.ค.) เนื่องจากสถานการณ์พิเศษอันเป็นผลจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก ซึ่งทำให้ต้นทุนการนำเข้าและการผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนการขนส่งทางทะเลและการประกันภัยที่สูงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั่วโลกพุ่งสูงจนแตะระดับที่ไม่เคยปรากฏในรอบหลายปี
รายงานระบุว่า น้ำมันเบนซินออกเทน 95 ปรับขึ้นจาก 21 ปอนด์อียิปต์ (ราว 13 บาท) เป็น 24 ปอนด์อียิปต์ (ราว 15 บาท) ต่อลิตร น้ำมันเบนซินออกเทน 92 ปรับขึ้นจาก 19.25 ปอนด์อียิปต์ (ราว 12 บาท) เป็น 22.25 ปอนด์อียิปต์ (ราว 14 บาท) น้ำมันเบนซินออกเทน 80 ปรับขึ้นจาก 17.75 ปอนด์อียิปต์ (ราว 11 บาท) เป็น 20.75 ปอนด์อียิปต์ (ราว 13 บาท) น้ำมันดีเซลปรับขึ้นจาก 17.5 ปอนด์อียิปต์ (ราว 11 บาท) ต่อลิตร เป็น 20.5 ปอนด์อียิปต์ (ราว 13 บาท) และก๊าซธรรมชาติอัดสำหรับยานพาหนะปรับขึ้นจาก 10 ปอนด์อียิปต์ (ราว 6 บาท) เป็น 13 ปอนด์อียิปต์ (ราว 8 บาท) ต่อลูกบาศก์เมตร
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐบาลอียิปต์กำลังพยายามเพิ่มการผลิตภายในประเทศและขยายการสำรวจหาน้ำมันและก๊าซเพื่อลดการนำเข้า พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์ของตลาดและต้นทุนต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาอุปทานน้ำมันและก๊าซแก่ประชาชนและทุกภาคธุรกิจของประเทศ รวมถึงความมั่นคงทางพลังงานและเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ