ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร: ข้าว

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday December 17, 2013 15:27 —สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

1. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในประเทศ

1.1 การตลาด

โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56

1) มติ ครม. วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 รับทราบราคา ปริมาณ วงเงินการรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกร และระยะเวลาการรับจำนำโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56

2) ชนิดและราคารับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 (ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน เป็นต้นไป) ให้กำหนดชนิดและราคารับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ณ ความชื้นไม่เกิน 15 % ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกปทุมธานี (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท

(2) ข้าวเปลือกเจ้า :-

ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 15,000 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 14,800 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 10% ตันละ 14,600 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 15% ตันละ 14,200 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 25% ตันละ 13,800 บาท

(3) ข้าวเปลือกเหนียว :-

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดสั้น (40 กรัม) ตันละ 15,000 บาท

3) เป้าหมายการรับจำนำ จะรับจำนำข้าวเปลือกจากเกษตรกรในปริมาณที่ไม่เกินที่ระบุไว้ในใบรับรองเกษตรกร ที่กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกให้ และจำกัดวงเงินรับจำนำรายละไม่เกิน 500,000 บาทต่อรอบ ตามที่ กขช. มีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556

4) ระยะเวลา

(1) ระยะเวลารับจำนำ 1 กุมภาพันธ์ – 15 กันยายน 2556 ยกเว้น ภาคใต้จะสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556

(2) ระยะเวลาไถ่ถอน 4 เดือน นับถัดจากเดือนที่รับจำนำ

(3) ระยะเวลาโครงการ 1 ตุลาคม 2555 – 31 มกราคม 2557

5) ผลการดำเนินงาน

จำนวนเกษตรกรที่รับเงินกับ ธ.ก.ส. (ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2555 – 10 ธันวาคม 2556)

  • จำนวนสัญญา 2,908,336 สัญญา
  • จำนวนตัน 22,449,840 ตัน
  • จำนวนเงิน 351,502.004 ล้านบาท

หมายเหตุ : มติ ครม. วันที่ 29 ตุลาคม 2556 ให้ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ ครั้งที่ 2 นำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ได้ทันภายในวันที่ 15 กันยายน 2556 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ เป็นกรณีพิเศษ หลักเกณฑ์ วิธีการขอรับเงินและการจ่ายเงินเยียวยา มีดังนี้

(1) เป็นเกษตรกรที่มีหนังสือรับรองเกษตรกรโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 ระบุวันเก็บเกี่ยวไม่เกิน 15 กันยายน 2556 แต่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันภายในระยะเวลารับจำนำที่กำหนด

(2) เป็นเกษตรกรที่ได้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 ที่ระบุวันเก็บเกี่ยว 16 – 30 กันยายน 2556 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องตรวจสอบและออกหนังสือรับรองเกษตรกรให้แก่เกษตรกรเพื่อใช้ในการเยียวยาครั้งนี้ต่อไป โดย ธ.ก.ส.เป็นผู้ตรวจสอบสิทธิ์ในการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 กรณียังไม่ได้ใช้สิทธิ์ให้ ธ.ก.ส.จ่ายเงินเข้าบัญชีให้เกษตรกรโดยตรง ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยเงินให้ตันละ 2,500 บาท จำกัดครัวเรือนละไม่เกิน 33 ตัน

โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57

1) มติ ครม. วันที่ 3 กันยายน 2556 รับทราบราคา ปริมาณ วงเงินการรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกร และระยะเวลาการรับจำนำโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57

2) ชนิดและราคารับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57 ให้กำหนดชนิดและราคารับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57 ณ ความชื้นไม่เกิน 15 % ดังนี้

  • ครั้งที่ 1

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ (42 กรัม) ตันละ 20,000 บาท

(2) ข้าวเปลือกหอมจังหวัด (40 กรัม) ตันละ 18,000 บาท

(ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 23 จังหวัด)

(3) ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท

(4) ข้าวเปลือกเจ้า :-

ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 15,000 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 14,800 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 10% ตันละ 14,600 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 15% ตันละ 14,200 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 25% ตันละ 13,800 บาท

(5) ข้าวเปลือกเหนียว :-

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดสั้น (40 กรัม) ตันละ 15,000 บาท

ทั้งนี้ ราคารับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ให้ปรับเพิ่ม – ลดตามจำนวนกรัมในอัตรากรัมละ 200 บาท และราคารับจำนำข้าวเปลือกเหนียว ให้ปรับเพิ่ม – ลดตามจำนวนกรัม

โดยเมล็ดยาว ในอัตรากรัมละ 160 บาท และเมล็ดสั้นในอัตรากรัมละ 150 บาท

  • ครั้งที่ 2

(1) ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท

(2) ข้าวเปลือกเจ้า :-

ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 13,000 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 12,800 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 10% ตันละ 12,600 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 15% ตันละ 12,200 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 25% ตันละ 11,800 บาท

(3) ข้าวเปลือกเหนียว :-

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดสั้น (40 กรัม) ตันละ 15,000 บาท

ทั้งนี้ ราคารับจำนำข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ให้ปรับเพิ่ม – ลดตามจำนวนกรัมในอัตรากรัมละ 200 บาท และราคารับจำนำข้าวเปลือกเหนียว ให้ปรับเพิ่ม – ลดตามจำนวนกรัม โดยเมล็ดยาว ในอัตรากรัมละ 160 บาท และเมล็ดสั้นในอัตรากรัมละ 150 บาท

3) เป้าหมายการรับจำนำ จะรับจำนำข้าวเปลือกคุณภาพดี โดยจะไม่รับจำนำข้าวเปลือกที่มีอายุน้อยกว่า 110 วัน ที่มีคุณภาพต่ำ จำนวน 18 พันธุ์ ตามที่กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศ โดยจะไม่ให้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 2 ครั้ง

4) วงเงินการรับจำนำ

  • ครั้งที่ 1 ไม่เกินรายละ 350,000 บาท
  • ครั้งที่ 2 ไม่เกินรายละ 300,000 บาท

5) เป้าหมายการรับจำนำ รวมจำนวน 16.5 ล้านตัน

6) ระยะเวลารับจำนำ

  • ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2556 – 28 กุมภาพันธ์ 2557 ยกเว้น ภาคใต้จะสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2557
  • ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 กันยายน 2557 ยกเว้น ภาคใต้ระว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 พฤศจิกายน 2557

7) ผลการดำเนินงาน ครั้งที่ 1

จำนวนเกษตรกรที่รับเงินกับ ธ.ก.ส. (ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม – 10 ธันวาคม 2556)

  • จำนวนสัญญา 104,597 สัญญา
  • จำนวนตัน 883,248 ตัน
  • จำนวนเงิน 12,974.073 ล้านบาท
ภาวการณ์ซื้อขายข้าวสัปดาห์นี้ ราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิราคาลดลงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นข้าวคุณภาพแต่ช่วงนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ส่วนข้าวเปลือกเจ้าราคาค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และความต้องการผลผลิตในตลาดชะลอตัว ส่งผลให้ราคาเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก

1.2 ราคา

1) ราคาที่เกษตรกรขายได้ทั้งประเทศ

ราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลินาปี ที่เกษตรกรขายได้สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 14,508 บาท ราคาลดลงจากตันละ 14,650 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 0.96

ราคาข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ที่เกษตรกรขายได้สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 8,146 บาท ราคาสูงขึ้นจากตันละ 8,139 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 0.09

2) ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ

ราคาข้าวสารเจ้า 5% (ใหม่) ขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 12,850 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา

3) ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี.

ราคาข้าวหอมมะลิไทย ชั้น 1 (ใหม่) ส่งออก เอฟ.โอ.บี. เฉลี่ยตันละ 1,034 ดอลลาร์สหรัฐฯ (32,994 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 1,028 ดอลลาร์สหรัฐฯ (32,822 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.58 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 172 บาท

ราคาข้าวปทุมธานี ส่งออก เอฟ.โอ.บี. เฉลี่ยตันละ 731 ดอลลาร์สหรัฐฯ (23,326 บาท/ตัน)

ราคาสูงขึ้นจากตันละ 726 ดอลลาร์สหรัฐฯ (23,179 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.69 และสูงขึ้นในรูปเงินบาท ตันละ 147 บาท

ราคาข้าวสารเจ้า 5% (ใหม่) ส่งออก เอฟ.โอ.บี. เฉลี่ยตันละ 453 ดอลลาร์สหรัฐฯ (14,455 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 450 ดอลลาร์สหรัฐฯ (14,367 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.67 และสูงขึ้นในรูปเงินบาท ตันละ 88 บาท

ราคาข้าวสารเจ้า 25% (ใหม่) ส่งออก เอฟ.โอ.บี. เฉลี่ยตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,764 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 398 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,707 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.50 และสูงขึ้นในรูปเงินบาท ตันละ 57 บาท

ราคาข้าวนึ่ง 5% ส่งออก เอฟ.โอ.บี. เฉลี่ยตันละ 463 ดอลลาร์สหรัฐฯ (14,774 บาท/ตัน)

ราคาลดลงจากตันละ 470 ดอลลาร์สหรัฐฯ (15,006 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.49 และลดลงในรูปเงินบาท ตันละ 232 บาท

หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 31.9094 บาท

2. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในต่างประเทศ

สถานการณ์ข้าวของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สำคัญ

เวียดนาม

สมาคมอาหารของเวียดนาม (The Vietnam Food Association; VFA) รายงานการส่งออกข้าวช่วงวันที่ 1-5 ธันวาคม 2556 มีจำนวน 59,601 ตัน มูลค่า 30.378 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (FOB) โดยทั้งปริมาณและมูลค่า

ลดลงร้อยละ 60.9 และร้อยละ 56.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่ส่งออกได้ 152,483 ตัน มูลค่า 69.414 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (FOB) และในช่วง 1 มกราคม – 5 ธันวาคม 2556 เวียดนามส่งออกรวม 6.204 ล้านตัน มูลค่า 2.678 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (FOB) โดยทั้งปริมาณและมูลค่าลดลงร้อยละ 14.5 และร้อยละ 17.2 เมื่อเทียบกับ

ช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่ส่งออกได้ 7.256 ล้านตัน มูลค่า 3.234 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (FOB)

ทั้งนี้ สมาคมอาหารคาดว่า ในปีนี้เวียดนามจะส่งออกข้าวได้ไม่ถึงเป้าหมายที่ได้มีการปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.7 ล้านตัน เพราะมีการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าข้าวโลก

ทางด้านกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานว่า ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เวียดนามส่งออกข้าวจำนวน 517,263 ตัน ประกอบด้วยข้าวขาว 5% จำนวน 165,537 ตัน ข้าวขาว 10% จำนวน 1,925 ตัน ข้าวขาว 15% จำนวน 108,971 ตัน ข้าวขาว 25% จำนวน 73,208 ตัน ปลายข้าวขาวจำนวน 20,010 ตัน ข้าวเหนียว 64,544 ตัน ข้าวหอมจำนวน 71,807 ตัน และข้าวชนิดอื่นๆอีกจำนวน 11,261 ตัน โดยตลาดส่งออกที่สำคัญประกอบด้วย

ตลาดเอเชีย 319,910 ตัน ตลาดแอฟริกา 159,823 ตัน ตลาดยุโรปและกลุ่มประเทศ CIS 26,172 ตัน ส่วนที่เหลือเป็นตลาดอื่นๆ เช่น ตลาดอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นต้น

ที่มา Riceonline.com, สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

กัมพูชา

สำนักงานบริการพิธีการส่งออกข้าว (Secretariat of One Window Service for Rice Export Formality (SOWS-REF) รายงานว่า ในช่วง 11 เดือนของปีนี้ (มกราคม-พฤศจิกายน) กัมพูชาส่งออกข้าว 332,009 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 93.7 เมื่อเทียบกับจำนวน 171,389 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

มีการส่งออกข้าวจำนวน 37,855 ตัน โดยชนิดข้าวที่กัมพูชาส่งออกในช่วง 11 เดือนประกอบด้วย ข้าวหอม Phka Malis (Jasmine Rice) จำนวน 132,353 ตัน ข้าวขาว (Long Grain White Rice) จำนวน 173,805 ตัน ข้าวหอม neang malis จำนวน 15,361 ตัน เป็นต้น ทั้งนี้ ประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญในช่วง 11 เดือนประกอบด้วย โปแลนด์จำนวน 52,926 ตัน ฝรั่งเศส 51,601 ตัน มาเลเซีย 44,440 ตัน เนเธอร์แลนด์ 23,989 ตัน ไทย 23,550 ตัน และจีน 18,361 ตัน เป็นต้น โดยในปัจจุบันนี้กัมพูชาส่งออกข้าวไปยัง 63 ประเทศทั่วโลก

ที่มา Oryza.com, สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

ฟิลิปปินส์

สำนักงานสถิติการเกษตร (The Bureau of Agricultural Statistics BAS) รายงานว่า สต็อกข้าว ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน มีจำนวน 2.44 ล้านตัน (เพียงพอสำหรับการบริโภคประมาณ 72 วัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาล

ตั้งไว้ที่ 90 วัน) ลดลงร้อยละ 12 จากจำนวน 2.78 ล้านตันในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 38

เมื่อเทียบกับจำนวน 1.77 ล้านตัน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยสต็อกในภาคครัวเรือน และสต็อกในคลังของเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 และร้อยละ 33.5 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา แต่สต็อกขององค์การอาหารแห่งชาติ

(the National Food Authority or NFA) ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สต็อกในคลังขององค์การอาหารแห่งชาติ (NFA) มีจำนวนประมาณ 350,000 ตัน (คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 14.5 ของสต็อกข้าวทั้งหมด และเพียงพอสำหรับการบริโภค 10 วัน ซึ่งตามระเบียบของ NFA ระบุว่า NFA จะต้องมีสต็อกเพียงพอสำหรับ 15วัน หรือประมาณ 500,000 ตัน) ลดลงร้อยละ 37.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สต็อกในภาคครัวเรือน มีจำนวนประมาณ 1.45 ล้านตัน (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 59.4 ของสต็อกข้าวทั้งหมด และเพียงพอสำหรับการบริโภค 43 วัน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับจำนวน 1.44 ล้านตันในช่วงเดียวกัน

ของปีที่ผ่านมาส่วนสต็อกในคลังของเอกชน ประมาณ 640,000 ตัน (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.1 ของสต็อกข้าวทั้งหมด และเพียงพอสำหรับการบริโภค 19 วัน) ลดลงร้อยละ 18.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

องค์กรอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (หรือ FAO) รายงานว่า จากเหตุภัยพิบัติซุปเปอร์ไต้ฝุ่นโยลันดา (หรือชื่อสากล "ไห่เยี่ยน") คาดว่าได้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกข้าวของฟิลิปปินส์ไปถึง 1 ใน 3 ส่วน

โดยองค์กรอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า พื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่น มีขนาดเท่ากับ 1 ส่วน 3 ของแหล่งผลิตข้าวของประเทศฟิลิปปินส์ และทำให้เกษตรกรหลายแสนคนในฟิลิปปินส์ต้องประสบกับความเสียหายในครั้งนี้

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ เพื่อให้ครอบครัวเกษตรกรสามารถดำเนินการเพาะปลูก

ได้อีกครั้งภายในเดือนธันวาคมนี้ โดย FAO มีแผนจะจัดส่งความช่วยเหลือด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวโพด รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในการเพาะปลูก ปุ๋ยและอุปกรณ์ระบบชลประทาน

ที่มา Oryza.com และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา, สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

อินเดีย

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้ปรับประมาณการผลผลิตข้าวของอินเดียในปีการผลิต 2556/57 ว่าจะมีจำนวน 103 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 2 จากการประมาณการณ์ก่อนหน้านี้ที่จำนวน 105 ล้านตัน ทั้งนี้รายงานระบุว่า พายุไซโคลน Phaillin, Helen และ Lehar ที่พัดเข้าอินเดียในช่วงก่อนหน้านี้ได้ทำให้เกิดฝนตกหนักและทำให้ผลผลิตข้าวได้รับความเสียหายประมาณ 3 ล้านตัน แม้ว่าในพื้นที่บางส่วนจะสามารถปลูกชดเชยในฤดูการถัดไปได้ก็ตาม

สำหรับสต็อกข้าวนั้น ณ วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อินเดียมีสต็อกข้าวประมาณ 28.6 ล้านตัน ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ยังคงมากกว่าสต็อกขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 7.2 ล้านตัน (ณ เดือนตุลาคมกำหนดไว้ที่ 7.2 ล้านตัน ส่วนเดือนมีนาคมกำหนดไว้ที่ 14.2 ล้านตัน)

ส่วนการจัดหาข้าวตามโครงการของรัฐบาลในฤดูการผลิตหลัก (Kharif crop) ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน รัฐบาลจัดหาได้แล้วประมาณ 15.7 ล้านตัน

ที่มา Riceonline.com, สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

--ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร ประจำวันที่ 9 - 15 ธันวาคม 2556--


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ