BMW K 1600 GTL สุดยอดมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งเครื่องยนต์ 6 สูบ ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 32 25 มีนาคม — 5 เมษายน นี้

ข่าวยานยนต์ Thursday March 24, 2011 16:57 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--24 มี.ค.--บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ BMW K 1600 GTL (ราคา 1,450,000 บาท) ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์แบบทัวร์ริ่งเครื่องยนต์ 6 สูบคันแรกจากบีเอ็มดับเบิลยู ที่งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 32 ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม-5 เมษายนนี้ ที่ชาเลนเจอร์ฮอล อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยยังนำเสนอสุดยอดมอเตอร์ไซค์แต่ละประเภท ได้แก่ BMW S 1000 RR สุดยอดซุเปอร์ไบค์ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที, BMW G 650 GS สุดยอดมอเตอร์ไซค์ Euduro สูบเดียว และ BMW F 800 R “The Naked Bike” ซึ่งเป็นรถคู่ใจของแชมป์โลกการขับมอเตอร์ไซค์ผาดโผน 4 สมัย คริส ไฟเฟอร์ ม.ล. กมลชาติ ประวิตร ผู้จัดการทั่วไป บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวว่า “BMW K 1600 GTL ซึ่งเป็นสุดยอดมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง ‘Gran Turismo’ ที่มาพร้อมนวัตกรรมเครื่องยนต์ 6 สูบที่เหนือชั้น ซึ่งในเมืองไทย เราเลือกที่จะนำเสนอรุ่น GTL โดย ‘L’ เป็นรหัสที่บ่งบอกถึงการตกแต่งแนว ‘Luxury’ และได้รับการออกแบบตำแหน่งท่านั่งพิเศษกว่า เพื่อที่จะให้ความสะดวกสบายในการเดินทางไกลโดยเฉพาะ BMW K 1600 GTL มีคาร์แรกเตอร์การขับขี่ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงที่สามารถผลิตกำลังมหาศาลได้อย่างเรียบเนียนและราบรื่น อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้น ทั้งระบบ DTC Dynamic Traction Control และระบบช่วงล่าง ESA II Electronic Suspension Adjustment ที่ช่วยเพิ่มความปราดเปรียวคล่องตัว ในขณะเดียวกันก็ให้ความมั่นคงปลอดภัย มั่นใจในทุกการเดินทาง อีกรุ่นที่เราจะจัดแสดงคือ BMW G 650 GS ที่เพิ่งเปิดตัวในงานบางกอกมอเตอร์ไบค์เฟสติวัลตอนปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย BMW G 650 GS เป็นคอนเซ็ปต์มอเตอร์ไซค์แบบ Euduro ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เน้นความปราดเปรียวคล่องตัวอย่างเหนือชั้น BMW G 650 GS ใช้เครื่องยนต์แบบ 1 สูบ ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ฟ ซึ่งได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมกันในวงการมอเตอร์ไซค์มาแล้วจากรุ่น F 650 GS ในอดีต ส่วน BMW F 800 R ‘The Naked Bike’ ก็มีความพิเศษอย่างมากเช่นกัน ด้วยความปราดเปรียวคล่องตัวอย่างเหนือชั้น ทำให้มันได้เป็นมอเตอร์ไซค์คู่ใจของ คริส ไฟเฟอร์ แชมป์โลกการขับมอเตอร์ไซค์ผาดโผน 4 สมัย และในงานนี้เรายังมีอีก 2 รุ่นที่เป็นที่นิยมสำหรับตลาดเมืองไทยด้วย ได้แก่ BMW S 1000 RR และ BMW K 1300 R ด้วย” BMW K 1600 GTL สุดยอดมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งเครื่องยนต์ 6 สูบคันแรกจากบีเอ็มดับเบิลยู เปี่ยมด้วยนวัตกรรมด้านสมรรถนะ ความหรูหราสะดวกสบาย และความปลอดภัย BMW K 1600GTL ใช้เครื่องยนต์แบบ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 1,649 ซีซี สามารถผลิตกำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 7,750 รอบ และแรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตรที่ 5,250 รอบ ซึ่งกว่า 70% ของแรงบิดมาตั้งแต่รอบเพียง 1,500 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์แบบ Helical Synchromesh 6 สปีด ซึ่งทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างมีพลังที่ต่อเนื่องและเรียบเนียน ซึ่งเป็นคาร์แรกเตอร์ที่สำคัญของมอเตอร์ไซค์ประเภททัวร์ริ่งที่เน้นการวิ่งทางไกล ความเหนือชั้นอีกประการอยู่ที่เทคโนโลยี Lightweight Engineering โดยเครื่องยนต์ 6 สูบของ BMW K 1600 GTL นี้มีน้ำหนักเพียง 102.6 กิโลกรัม ซึ่งจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในคลาสเครื่องยนต์ > 1,000 ซีซี และที่สำคัญ นอกจากน้ำหนักเบาแล้ว เครื่องยนต์นี้ยังมีความแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของวิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยู ยกตัวอย่างเช่น แคมชาร์ฟและกระเดื่องวาล์วน้ำหนักเบาที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมอย่างเหนือชั้นและผลิตจากวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ อีกทั้งยังได้รับการออกแบบให้มีความสมดุลในตัวเอง จึงไม่ต้องอาศัย Balance Shaft ในการสร้างสมดุลให้กับเครื่องยนต์ เพื่อช่วยลดชิ้นส่วนที่เกินจำเป็น นอกจากนั้น วิศวกรได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Lightweight Engineering ในการออกแบบแชสซีและตัวถัง เพื่อให้มีความแข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีน้ำหนักเบา ยกตัวอย่างเช่น เฟรมของตัวรถเป็นโครงสร้างแบบ Bridge และระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ Duolever และช่วงล่างด้านหลังแบบ Paralever โดยทั้งหมดนี้ผลิตจากวัสดุอัลลอยด์ที่น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ อีกทั้งวิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยูยังให้ความสำคัญกับการกระจายน้ำหนักที่สมดุลและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อให้มีการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีความปราดเปรียวคล่องตัวที่เหนือชั้น ซึ่งเป็นพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด ผลลัพธ์จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Lightweight Engineering ทั้งในส่วนของเครื่องยนต์ โครงสร้างแชสซี และตัวถัง ทำให้ BMW K1600GTL มีน้ำหนัก 348 กิโลกรัม รวมกล่องเก็บสัมภาระแล้ว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในเซ็กเมนท์ นอกจากการออกแบบโครงสร้างแชสซีให้มีน้ำหนักเบาและมีการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญแล้ว BMW K 1600 GTL ยังมาพร้อมกับระบบอิเลคทรอนิคเพื่อช่วยควบคุมแชสซี ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยและสุนทรียภาพในการขับขี่อีกขั้น ยกตัวอย่างเช่น อ๊อปชั่นระบบ DTC Dynamic Traction Control เพื่อช่วยปรับการจ่ายกำลังเพิ่มแทร็คชั่นให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่แตกต่างกัน โดยระบบ DTC นี้สามารถปรับได้ 3 โหมด ได้แก่ Rain, Road และ Dynamic และอ๊อปชั่นระบบ ESA II Electronic Suspension Adjustment ที่ช่วยปรับความแข็ง-นุ่มและปรับอัตราการคืนตัวของระบบแดมเปอร์ทั้งหน้าและหลัง เพื่อเพิ่มความมั่นคงและเพิ่มศักยภาพการทรงตัวภายใต้น้ำหนักบรรทุกที่แตกต่างกัน โดยระบบนี้สามารถปรับได้ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Normal และ Comfort BMW K1600 GTL มาพร้อมกับระบบแสดงผลข้อมูล Multi-Controller สุดไฮเทค โดยแสดงผลผ่านจอมอนิเตอร์แบบ Color TFT ขนาด 5.7 นิ้ว ที่ติดตั้งอยู่ระหว่างมาตรวัดความเร็วและวัดรอบ ซึ่งนอกจากจะสามารถแสดงข้อมูลจากระบบ On-board Computer ต่างๆ แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมสั่งการระบบ Infotainment ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่มีการประยุกต์ใช้ระบบดังกล่าวในมอเตอร์ไซค์ อีกหนึ่งนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอย่างเหนือชั้น คือ กระจกบังลมหน้า ที่ปรับด้วยไฟฟ้าและมีเมมโมรี่จำตำแหน่ง รูปทรงและตำแหน่งของกระจกบังลมหน้าของ BMW K 1600 GTL ได้รับการออกแบบอยู่บนหลักการแอร์โร่ไดนามิกส์ พร้อมทั้งยังได้ผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม เพื่อให้ได้ขนาด รูปร่าง และมุมของกระจกบังลมหน้าที่นอกจากจะให้ศักยภาพการปกป้องผู้ขับขี่ที่ดีที่สุดแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสามารถด้านแอร์โร่ไดนามิกส์ โดยการลดลมวนหวนขณะใช้ความเร็วสูงให้น้อยที่สุดด้วย BMW G 650 GS สุดยอด Enduro สูบเดียว ปราดเปรียว น้ำหนักเบา BMW G 650 GS เป็นการกลับมาอีกครั้งของสุดยอด Enduro ขนาดเล็กในตระกูล GS ที่เคยโด่งดังมาแล้วในอดีตในรุ่น F 650 GS โดย BMW G 650 GS ยังคงคอนเซ็ปต์มอเตอร์ไซค์แบบ Euduro ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เน้นความปราดเปรียวคล่องตัวอย่างเหนือชั้น โดดเด่นด้วยดีไซน์ดุดันแฝงความแข็งแกร่งสไตล์วิบาก ใช้เครื่องยนต์แบบ 1 สูบ ขนาด 652 ซีซี พร้อมด้วยเทคโนโลยีหัวฉีดและหัวเทียนคู่ ใช้อัตราส่วนกำลังอัดสูง 11.5:1 สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ 48 แรงม้าที่ 6,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดได้ 60 นิวตัน-เมตรที่ 5,000 รอบ ระบบแชสซีของ BMW G 650 GS เป็นแบบ Bridge Frame น้ำหนักเบา พร้อมกับช่วงล่างด้านหน้าแบบ Telescopic Forks และด้านหลังแบบ Solid Dual Swing Arm พร้อมโช๊คอัพเดี่ยว ซึ่งเป็นระบบที่ได้พิสูจน์ความปราดเปรียวและความทนทานมาแล้วจากรุ่น F 650 GS ในอดีต ซึ่งระบบช่วงล่างดังกล่าวให้เสถียรภาพที่ดีเยี่ยม ทั้งในการวิ่งทางเรียบและการวิ่งทางวิบาก นอกจากนั้น BMW G 650 GS ยังได้รับการออกแบบตำแหน่งที่นั่งที่ต่ำ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงและความมั่นใจในการขี่ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ในโลกแห่งมอเตอร์ไซค์ Enduro BMW G 650 GS ติดตั้งล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้วในด้านหน้า และ 17 นิ้ว พร้อมยางหน้ากว้างในด้านหลัง เพื่อเพิ่มความปราดเปรียวคล่องตัวและเสถียรภาพในการบังคับ อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบเบรก ABS จากโรงงาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ดีไซน์ของ BMW G 650 GS ได้รับการออกแบบในคอนเซ็ปต์ Enduro เน้นความปราดเปรียว แฝงดุดันด้วยดีไซน์ไฟหน้าแบบไม่สมมาตร ลายเส้นบนตัวถังมีการสลับโทนสีของตัวถังและเบาะนั่งในสไตล์ประจำตระกูล GS BMW S 1000 RR ซุเปอร์ไบค์คันแรกจากบีเอ็มดับเบิลยู เปี่ยมด้วยนวัตกรรมด้านสมรรถนะและความปลอดภัย BMW S 1000 RR พัฒนาขึ้นบนคอนเซ็ปต์มอเตอร์ไซค์แบบซุเปอร์ไบค์ ใช้เครื่องยนต์แถวเรียง 4 สูบบนตัวถังเฟรมอลูมิเนียมน้ำหนักเบา มุ่งเน้นที่เสถียรภาพการขับ ความปราดเปรียว และความเฉียบคมในการบังคับที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับมอเตอร์ไซค์แข่ง นอกจากนั้น BMW S 1000 RR ยังได้รับการติดตั้งระบบเสริมความปลอดภัยต่างๆ เช่น Race ABS และระบบรักษาเสถียรภาพ DTC Dynamic Traction Control ที่สามารถปรับเลือกโหมดการขับให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานได้ เช่น โหมด Rain สำหรับถนนเปียก โหมด Sport สำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต โหมด Race สำหรับการแข่งขัน และ โหมด Slick สำหรับใช้ในสนามแข่งและใส่ยางแบบสลิ๊ค BMW S 1000 RR ใช้เครื่องยนต์แถวเรียง 4 สูบ 1,000 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ และระบบวาล์วพิเศษที่ผลิตจากวัสดุไทเทเนียม สามารถผลิตกำลังสูงสุดถึง 193 แรงม้าที่ 13,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 112 นิวตัน-เมตรที่ 9,750 รอบ และมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรภายใน 2.9 วินาที BMW F 800 R The Naked Bike ปราดเปรียวอย่างเหนือชั้น BMW F 800 R เป็นมอเตอร์ไซค์ในเซ็กเมนท์สปอร์ตแบบ Naked Bike ที่เน้นในเรื่องความปราดเปรียวว่องไว บังคับควมคุมง่าย ซึ่ง BMW F 800 R ได้สร้างชื่อในการแข่งขันการขับมอเตอร์ไซค์แบบผาดโผนโดยการเป็นรถคู่ใจของแชมป์โลกการขับมอเตอร์ไซค์ผาดโผน 4 สมัย คริส ไฟเฟอร์ BMW F 800 R ใช้เครื่องยนต์แถวเรียง 2 สูบ 800 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถผลิตกำลังสูงสุด 88 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 86 นิวตัน-เมตรที่ 6,000 รอบ มีจุดเด่นในเรื่องของการผลิตกำลังขับเคลื่อนในช่วงรอบที่กว้างโดยเฉพาะระหว่างรอบ 5,000-8,000 รอบ ซึ่งทำให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งน้ำหนักตัวถังเพียง 199 กิโลกรัม (รวมน้ำมัน) ทำให้มันเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีความปราดเปรียวสูงที่สุดคันหนึ่ง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ BMW, MINI และ Rolls-Royce และรถมอเตอร์ไซค์ BMW เรามีเครือข่ายการผลิต 24 แห่งใน 13 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังมีเครือข่ายจำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ในปีค.ศ. 2010 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปมียอดขายรถยนต์ 1.46 ล้านคันและรถมอเตอร์ไซค์ 110,000 คัน มีรายได้ 60.50 ล้านยูโร และมีพนักงาน 95,500 คนทั่วโลก ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนั้นเรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิต และจากความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ลดละ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็น The World’s Most Sustainable Car Manufacturer โดยสถาบัน Dow Jones ถึง 6 ปีติดต่อกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โทร. 0-2305-8888 โทรสาร 0-2305-8882 www.bmw.co.th

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ