ผลสำรวจไอบีเอ็มชี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินกำลังเผชิญหน้ากับการปรับตัวที่ท้าทาย

ข่าวทั่วไป Friday January 16, 2004 15:03 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--16 ม.ค.--ไอบีเอ็ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (Chief Financial officer) หรือ CFO เน้น การพัฒนาฝีมือให้ก้าวหน้า การปรับปรุงการบริหารข้อมูลเพื่อเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี และการลดต้นทุนเป็นจุดหมายของฝ่ายการเงิน ผลการสำรวจทั่วโลกจัดทำโดยหน่วยงานที่ปรึกษาด้านธุรกิจของไอบีเอ็ม หรือ ไอบีเอ็ม บิสิเนส คอนซัลติ้ง เซอร์วิส ชี้ว่า บทบาทของ CFO ในช่วง 5 ปีนี้ ยังประสบปัญหาด้านพื้นฐานโดยเฉพาะเมื่อบทบาทหน้าที่ของ CFO ได้เปลี่ยนจากด้านการบัญชี ไปเน้นที่การวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ผลสำรวจจากแบบสอบถาม CFO จำนวนกว่า 450 คน ชี้ให้เห็นว่า 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า การจัดการด้านผลประกอบการ และ การเพิ่มคุณค่าให้ผู้ถือหุ้น มีความสำคัญมากเป็นอันดับแรก ในขณะที่ CFO จำนวนน้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เล็งเห็นการจัดการด้านงบดุล เป็นงานที่สำคัญ และทั้งหมดเห็นตรงกันว่า ในสามปีข้างหน้า จะได้เห็นงานด้านการจัดการผลประกอบการเพิ่มมากขึ้นกว่าสองเท่า ส่วนธุรกรรมลดลงจาก 50 เหลือ 34 เปอร์เซ็นต์ ผลสำรวจได้สัมภาษณ์ CFO ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 77 คน โดย CFO 11 คนอยู่ในแถบอาเซียนและประเทศอินเดีย CFO ในแถบนี้ เน้นการปรับตัวที่ท้าทายเช่นเดียวกับ CFO ทั่วโลก “แม้ว่าภูมิภาคอาเซียนและเอเซียใต้จะมีสภาพเศรษฐกิจที่หลากหลาย CFO จะต้องมีหน้าที่ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจมากขึ้น” ดร. วีระ วีรกุล ผู้บริหารฝ่ายงานบริการด้านการเงิน ภูมิภาคอาเซียน หน่วยงาน ไอบีเอ็ม บิสิเนส คอนซัลติ้ง เซอร์วิส กล่าว “ ปัจจุบันทิศทางของฝ่ายการเงินดำเนินไป พร้อม ๆ กัน 2 ส่วน กล่าวคือ ผู้มีอำนาจควบคุม และผู้ถือหุ้นภายนอกองค์กรต้องการให้ฝ่ายการเงินดูแล ทรัพย์สินให้มั่นคง ในขณะที่ พนักงานภายในองค์กรต้องการให้ฝ่ายการเงินมีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ ในการสนับสนุนสิ่งที่จำเป็นทางธุรกิจ” ดร. วีระ กล่าวเสริมว่า “สำหรับบทบาทในการรักษาและสร้างคุณค่าทางการเงินนั้น ฝ่ายการเงิน ถูกคาดหวังให้ทำหน้าที่สนับสนุนงานหลักในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนความจำเป็นหลักขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมที่ต้องรวดเร็วและแม่นยำ จัดทำงบประมาณและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างฉับไว รวมถึง การสรุปผลรายงานได้แบบเรียลไทม์ และส่งข้อมูลที่ถูกต้องให้ผู้รับได้ในเวลาที่กำหนด” ในขณะที่บทบาทของ CFO เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผลสำรวจชี้ให้เห็นความท้าทายของฝ่ายการเงิน เนื่องจาก CFO พยายามที่จะขยายบทบาทครอบคลุมทุกส่วนของธุรกิจ มี CFO เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ที่เห็นว่า องค์กรทางการเงินประกอบไปด้วยมืออาชีพทางธุรกิจที่มีความสามารถสูง มากกว่า 1 ใน 3 ของ CFO เห็นว่า องค์กรมีบุคลากรไม่เพียงพอ หรือบุคลากรที่มีอยู่ขาดคุณภาพ รวมทั้งไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมในการว่าจ้าง พัฒนา และดูแลพนักงาน ความท้าทายสำคัญที่ CFO กล่าวถึง คือ กระบวนการจัดการผลประกอบการทางธุรกิจมีการพัฒนาล่าช้ากว่าความซับซ้อนทางธุรกิจ CFO มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ข้อมูลเป็นทรัพย์สินหลักที่ต้องจัดการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีผู้บริหารเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่สามารถเข้าใช้แหล่งข้อมูลขององค์กรเพื่อช่วยการตัดสินใจ จากการสำรวจ CFO ส่วนใหญ่เห็นว่า การจัดการข้อมูลเป็นโอกาสสำคัญต่อการพัฒนาเป็นบรรษัทภิบาล ซึ่งนับเป็นประเด็นทางธุรกิจที่สำคัญ ในขณะเดียวกันการเป็นบรรษัทภิบาลจำเป็นต้องเอื้อประโยชน์ต่อองค์กรในแง่ของความสามารถในการแข่งขันด้วย และมีเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ของ CFO ที่รู้สึกว่าแผนงานบรรษัทภิบาลในปัจจุบันยังมีจุดอ่อนอยู่ นอกจากนั้น ผลการสำรวจพบว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยียังห่างไกลจากจุดคุ้มทุนอยู่มากมีเพียง 19 เปอร์เซ็นต์ ของ CFO ที่รู้สึกว่าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning) หรือ ERP โดย CFO ส่วนใหญ่เชื่อว่าจะมีการใช้ระบบ ERP เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 200 เปอร์เซ็นต์ในอีก 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากความต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และน้อยกว่า 1 ใน 3 ของ CFO เห็นว่ากระบวนการต่าง ๆ มีความน่าเชื่อถือและมีความชัดเจน จากผลสำรวจครั้งนี้ CFO เน้นว่า ระบบอัตโนมัติ การทำเอาท์ซอร์ส และกระบวนการให้บริการร่วมกัน (Shared service delivery processes) คือวิธีที่จะลดต้นทุนการจัดส่ง และช่วยให้ค่าใช้จ่ายทางด้านการเงินแปรผันมากขึ้น รายงานของหน่วยงานที่ปรึกษาด้านธุรกิจของไอบีเอ็ม แสดงให้เห็นว่า บทบาทในอนาคตของ CFO คือผู้ประสานกลยุทธ์ทางธุรกิจ กระบวนการ และข้อมูลเข้าด้วยกัน และทำหน้าที่บูรณาการองค์ ประกอบหลักของธุรกิจในรูปแบบ “ออนดีมานด์” ที่หลากหลายมากขึ้น รายงานผู้บริหารจากผลสำรวจCFO เน้นทิศทางหลักต่าง ๆ ดังนี้คือ CFO ผลักดันโซลูชั่น ด้านการจัดการผลประกอบการทางธุรกิจ และมีความต้องการพัฒนาแผนงาน แบบบูรณาการ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจแบบออนดีมานด์ CFO ใช้โครงสร้างบรรษัทภิบาลที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนสถานะสู่กระบวนการการควบคุม และการจัดการความเสี่ยง จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากตลาด CFO ยอมรับว่าความสามารถในการปรับเปลี่ยนต้นทุน มีความสำคัญต่อความสำเร็จ และความมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง การทำเอาท์ซอร์ส และการให้บริการร่วมกัน (Shared services) เป็นกุญแจสำคัญของการก้าวสู่ความสำเร็จ ในการเปลี่ยนแปลงหน้าที่เพื่อลดต้นทุนด้านการเงิน CFO ผลักดันให้เกิดการปรับกระบวนการ เพื่อยกระดับการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี และการยกระดับความสามารถของบุคลากรครอบคลุมทั่วทั้งธุรกิจ เนื่องจาก การผสมผสานเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปรับเปลี่ยนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้อมูลเกี่ยวกับผลการสำรวจ CFO ทั่วโลก IBM Business Consulting Services ทำการสำรวจ CFO ทั่วโลก ซึ่งเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน ปี 2546 โดยทำการสัมภาษณ์ CFO ทั้งหมด จำนวน 450 คนจาก 35 ประเทศ รวมถึง CFO จำนวน 77 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีรายได้ขององค์กรเฉลี่ย 8.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยแจกแจงที่มาของรายได้ที่เกิดขึ้นของอุตสาหกรรมดังนี้ การบริการด้านการเงิน 23 % ด้านการสื่อสาร 14 % การกระจายสินค้าไปยังผู้ค้าปลีก (รวมทั้งธุรกิจค้าปลีก) 24% ด้านอุตสาหกรรม 28 % และจากหน่วยงานราชการ 11 %ข้อมูลเกี่ยวกับ ไอบีเอ็ม ไอบีเอ็มเป็นบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีประวัติอันยาวนานในการช่วยให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ไอบีเอ็มได้สร้างสรรค์ พัฒนา และผลิตผลิตภัณฑ์ระบบคอมพิวเตอร์ ซอฟท์แวร์ ระบบเครือข่าย อุปกรณ์สตอเรจ ที่ล้ำหน้าที่สุดในอุตสาหกรรมไอที ไอบีเอ็มโกลบอล เซอร์วิสเซส ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการให้บริการของไอบีเอ็ม เป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยบุคลากรมืออาชีพกว่า 150,000 คน จาก 160 ประเทศ มีรายได้ประมาณ 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี (รายได้ปี พ.ศ. 2544) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.ibm.com เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดย: บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด คุณกฤษณา ศิลประเสริฐ โทรศัพท์: 0-2273-4639 อีเมล์: [email protected]จบ---นห-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ