
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน "สับปะรดสวี" เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) รายการใหม่ของไทย และเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดชุมพร ตอกย้ำคุณภาพสับปะรดใต้สายพันธุ์ควีน เนื้อแห้งสีเหลืองเข้ม เส้นใยน้อย กลิ่นหอม หวานกรอบเป็นเอกลักษณ์ของฝากชื่อดังบนเส้นทางสู่ภาคใต้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนกว่า 27 ล้านบาทต่อปี
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพราะเป็นสินค้าที่มีความพิเศษ สะท้อนชื่อเสียงหรืออัตลักษณ์ของชุมชนซึ่งมีความเชื่อมโยงกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้สินค้า GI มีความโดดเด่นและแตกต่างจากสินค้าทั่วไป ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียน GI จะช่วยควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิต สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าที่ผลิตได้ตรงตามความคาดหวัง จึงขายได้ราคาดีกว่าสินค้าทั่วไป เพิ่มรายได้ สร้างอาชีพ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "สับปะรดสวี" เป็นสินค้า GI รายการใหม่ของจังหวัดชุมพรเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยสับปะรดสวีเป็นสับปะรดพันธุ์ควีน ปลูกในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ลาดชันเชิงเขาและที่ราบต่ำ ดินระบายน้ำดีและอุดมด้วยแร่ธาตุจากแหล่งน้ำตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ส่งผลให้สับปะรดที่ปลูกในพื้นที่นี้เจริญเติบโตได้ดี ให้ผลผลิตที่หวานกรอบ มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เปลือกมีตาเล็กค่อนข้างนูน ร่องตาลึก เนื้อสับปะรดแห้งมีสีเหลืองเข้ม เส้นใยน้อย และมีแกนกรอบสามารถรับประทานได้ สับปะรดสวีเป็นของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดชุมพรที่มีวางจำหน่ายตลอดแนวถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 41 ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสู่ภาคใต้ ด้วยคุณภาพความอร่อยจึงเป็นที่รู้จักและเป็นของฝากยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลาย
ทั้งนี้ สับปะรดสวีนับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดชุมพร ต่อจาก กล้วยเล็บมือนางชุมพร กล้วยหอมทองละแม ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร กาแฟเขาทะลุ กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร และทุเรียนชุมพร ที่ได้ขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้ โดยสินค้า GI ทั้ง 6 รายการดังกล่าวสามารถสร้างเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัดชุมพรรวมกว่า 32,028 ล้านบาทต่อปี สะท้อนศักยภาพของจังหวัดชุมพรในฐานะแหล่งทรัพยากรทางอาหารที่มีคุณภาพและมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจังหวัดที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ซึ่งกรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป
นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า การส่งเสริมสินค้า GI ไม่เพียงช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนในแต่ละจังหวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ โดยเกษตรกรหรือชุมชนที่มีสินค้าซึ่งมีอัตลักษณ์และเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ สามารถขอรับคำปรึกษาการขึ้นทะเบียน GI ได้ที่ศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1368