กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยปี 2568 คำขอจดทะเบียนในไทย พุ่งสูงกว่า 75,000 คำขอ

ข่าวทั่วไป Wednesday January 7, 2026 16:12 —ThaiPR.net

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยปี 2568 คำขอจดทะเบียนในไทย พุ่งสูงกว่า 75,000 คำขอ

สะท้อนบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญา หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) ในไทย ประจำปี 2568 สูงถึง 75,381 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.11% เมื่อเทียบกับปี 2567 (69,089 คำขอ) โดยกรมรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ทั้งสิ้น 61,536 รายการ เพิ่มขึ้น 17.56% เมื่อเทียบกับปี 2567(52,345 รายการ) สะท้อนความตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการยุคใหม่ และพร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา จำแนกตามประเภทต่างๆ ดังนี้

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยปี 2568 คำขอจดทะเบียนในไทย พุ่งสูงกว่า 75,000 คำขอ

1)เครื่องหมายการค้า มีการยื่นคำขอ 55,668 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 (51,303 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 75% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 25% สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) บริการด้านการขายและการตลาด 7,208 คำขอ สะท้อนกระแสช็อปปิ้งออนไลน์ที่ยังมาแรงต่อเนื่อง 2) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 7,132 คำขอ 3) เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 6,243 คำขอ 4) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย 6,171 คำขอ และ 5) ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย 4,336 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้า คนไทย 51% และต่างชาติ 49%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี 302 คำขอ สะท้อนกระแสความนิยมของสินค้าอาร์ตทอย ที่ยังคงมาแรงต่อเนื่องในไทย 2) บริษัทเอ็มซี โอ (ไอพี) โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด (อังกฤษ) 130 คำขอ โดยเน้นกลุ่มสินค้าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ 3) บริษัท เดอะ เกรท ไอเดีย จำกัด (ไทย) 108 คำขอ ในกลุ่มสินค้างานกราฟฟิค 4) บริษัท คอสมี่ จำกัด (ไทย) 103 คำขอ ในกลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์ และ 5) บริษัทเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนท์ โค.,แอลทีดี (เกาหลีใต้) 78 คำขอ ซึ่งเป็นค่ายยักษ์ใหญ่ผู้บุกเบิกวงการเคป็อป และแบรนด์คอนเสิร์ตระดับโลกที่นำมาจัดทำเป็นสินค้าคาแรคเตอร์ในรูปแบบต่างๆ

ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในปี 2568 อยู่ที่ 40,063 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 36.19% เมื่อเทียบกับปี 2567 (29,418 เครื่องหมาย)ทั้งนี้ ด้วยธุรกิจการจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังคงมาแรงและเติบโตต่อเนื่อง กรมจึงเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการออนไลน์ ผ่านบริการ Fast Track Plus+ รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบเร่งด่วน ในสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยจะทราบผลการพิจารณาครั้งแรกภายใน 4 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ก่อนใคร ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าได้เร็วขึ้น และเดินหน้าขยายธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ2) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 8,386 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.86% เมื่อเทียบกับปี 2567 (8,153 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 83% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 17%

สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 565 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นหนึ่งในสาขานวัตกรรมสำคัญ 2) ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 221 คำขอ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น 3) วัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง 196 คำขอ 4) แอนติบอดีและยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 181 คำขอ และ 5) แบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และระบบกักเก็บพลังงาน 137 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 11% และต่างชาติ 89%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด (สหรัฐอเมริกา) 211 คำขอ 2) บริษัทเจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น (ญี่ปุ่น) 199 คำขอ 3) บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา (ญี่ปุ่น) 197 คำขอ 4) บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น (ญี่ปุ่น) 166 คำขอ และ 5) บริษัท โนเกีย เทคโนโลยี โอวาย (ฟินแลนด์) 98 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในปี 2568 อยู่ที่ 5,497 ฉบับ เพิ่มขึ้น 2.42% เมื่อเทียบกับปี 2567 (5,367 ฉบับ)

ทั้งนี้ ในโลกยุคปัจจุบันนวัตกรรมและงานวิจัยด้านดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กรมจึงขยายบริการ Fast Track Plus+ รับจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์เร่งด่วน ในสาขานวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วย นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร นวัตกรรมด้านการบริการดิจิทัล และนวัตกรรมด้านเซมิคอนดัคเตอร์ โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) บล็อกเชน การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) และเทคโนโลยีคลาวด์ มาเพิ่มประสิทธิภาพระบบงาน กระบวนการผลิต และบริการดิจิทัล ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน3) อนุสิทธิบัตร ในปี 2568 มีการยื่นคำขอ 4,944 คำขอ เพิ่มขึ้น 16.14% เมื่อเทียบกับปี 2567 (4,257 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 74% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 26%

สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) อาหารและเครื่องดื่ม 621 คำขอ ยังครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่าง 2) ยาสมุนไพร 315 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ 3) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย 96 คำขอ 4) วิธีการตรวจสอบหรือวิเคราะห์วัสดุทางเคมีหรือทางกายภาพ 92 คำขอ และ 5) ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น สารกำจัดศัตรูพืช กำจัดแมลง เป็นต้น 85 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 91% และต่างชาติ 9% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 155 คำขอ 2) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 131 คำขอเท่ากัน 4) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 107 คำขอ และ 5) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 96 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในปี 2568 อยู่ที่ 2,136 ฉบับ เพิ่มขึ้น 4.71% เมื่อเทียบกับปี 2567 (2,040 ฉบับ) ทั้งนี้ ในส่วนของอนุสิทธิบัตร กรมก็ได้ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเช่นเดียวกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ผ่านบริการ Fast Track Plus+ โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ

4) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปี 2568 มีการยื่นคำขอ 6,383 คำขอ เพิ่มขึ้น 18.74% เมื่อเทียบกับปี 2567 (5,376 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 68% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 36% สำหรับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ลวดลายผ้า 963 คำขอ ซึ่งผู้ยื่นคำขอส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยถึงกว่า 90% 2) ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 603 คำขอ 3) บรรจุภัณฑ์ 549 คำขอ4) เครื่องประดับ 466 คำขอ และ 5) เฟอร์นิเจอร์ 346 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 64% และต่างชาติ 36%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 344 คำขอ 2) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 213 คำขอ 3) มหาวิทยาลัยศิลปากร 175 คำขอ4) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 147 คำขอ และ 5) บริษัทอาร์เอช ยูเอส, แอลแอลซี (สหรัฐอเมริกา) 66 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปี 2568 อยู่ที่ 5,217 ฉบับ เพิ่มขึ้น 57.79% เมื่อเทียบกับปี 2567 (3,306 ฉบับ)

ทั้งนี้ กรมได้ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ในระดับสูงให้ได้รับความคุ้มครองอย่างทันท่วงที ผ่านบริการ Fast Track Plus+ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ สาขาชิ้นส่วนยานยนต์โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ เพื่อผลักดันนวัตกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ5) ลิขสิทธิ์ ปี 2568 กรมรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 8,623 ผลงาน โดยลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ดี การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะช่วยเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น จากสถิติในปี 2568 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 96% และรูปแบบกระดาษ 4% สำหรับผลงานลิขสิทธิ์ที่กรมรับแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่1) วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) 2,819 ผลงาน 2) ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ) 2,806 ผลงาน 3) ดนตรีกรรม 1,879 ผลงาน 4) โสตทัศนวัสดุ 733 ผลงาน และ 5) สิ่งบันทึกเสียง 238 ผลงาน โดยมีสัดส่วนการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของคนไทย 99% และต่างชาติ 1% ซึ่ง 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัยมหิดล339 ผลงาน 2) มหาวิทยาลัยขอนแก่น 286 ผลงาน 3) บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด 177 ผลงาน 4) บริษัท โอเพ่นดูเรียน จำกัด 109 ผลงาน และ 5) บริษัท ธรา แอนด์ ธาดา กรุ๊ป จำกัด 100 ผลงาน

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 กรมมุ่งมั่นพัฒนางานบริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานสากล และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการเร่งรัดการจดทะเบียน Fast Track Plus+ ในสาขาที่ภาคอุตสาหกรรมไทยมีศักยภาพและตอบโจทย์บริบทการค้าในยุคปัจจุบัน ตลอดจนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับงานบริการประชาชนรูปแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการยิ่งขึ้น ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรับคำปรึกษาด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่ ศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์โทรสายด่วน 1368 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Line Official Account: @dipthailand


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ