
กรมอนามัย แนะผู้ปกครองและผู้จัดกิจกรรมวันเด็ก เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กอย่างรอบด้าน ก่อนพาเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กในพื้นที่สาธารณะ เน้นหลัก "เตรียมพร้อม-ป้องกัน-เฝ้าระวังดูแลใกล้ชิด" เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ความแออัด ฝุ่น PM 2.5 และเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น พร้อมย้ำให้ผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด สังเกตสภาพแวดล้อม จุดทางออก และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และสนุกสนานในวันเด็กแห่งชาติอย่างปลอดภัยสูงสุด

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองช่วงสัปดาห์วันเด็ก 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566 - 2568) มีแนวโน้มสูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน และจากการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองระหว่างวันที่ 9-15 มกราคม 2569 พบว่า อาจมีแนวโน้มเกินมาตรฐานในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งผู้ปกครองที่บุตรหลานออกไปร่วมกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสฝุ่น PM2.5 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเด็กที่มีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพมากกว่ากลุ่มอื่น กรมอนามัยจึงแนะนำให้ผู้ปกครองติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด หากค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีส้ม แนะนำให้ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และควรสวมหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หน้ากาก N95 ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่แนะนำให้ใช้หน้ากาก N95 เนื่องจากมีแรงต้านการหายใจสูง อาจเพิ่มภาระต่อระบบทางเดินหายใจ และทำให้เด็กอึดอัดหรือหายใจเร็วมากขึ้น หรือทำกิจกรรมในอาคารแทนนอกจากนี้ ในวันเด็กอาจเกิดสถานการณ์ก่อความรุนแรงและอันตรายต่อเด็กๆ จึงต้องสร้างการเรียนรู้ รู้ระวัง รู้สังเกต รู้เอาตัวรอดให้เป็นทักษะพื้นฐานของเด็กในยุคนี้
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยยังได้แนะนำหลักการดูแลความปลอดภัยสำหรับเด็กและครอบครัว 3 ด้าน ได้แก่ 1) การเตรียมความพร้อม ได้แก่ สุขภาพพร้อม หากเด็กมีโรคประจำตัว ควรพกยาประจำตัวและอุปกรณ์จำเป็น เสบียงพร้อม เตรียมน้ำดื่ม อาหารว่าง และของใช้จำเป็นให้เพียงพอ เบอร์ฉุกเฉินพร้อม บันทึกหมายเลขติดต่อฉุกเฉินและผู้ปกครอง เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ 2) การป้องกันตัว ได้แก่ หน้ากากป้องกันพร้อม สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด เพื่อลดความเสี่ยงจากฝุ่นละอองและเชื้อโรค เลี่ยงพื้นที่แออัด หลีกเลี่ยงจุดที่มีคนหนาแน่น ลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการแพร่กระจายของโรค และ 3) เฝ้าระวังและช่างสังเกต ทั้งบุคคลน่าสงสัยกับความรุนแรง ทางออก ทางหนีไฟ เมื่อเข้าพื้นที่จัดงาน ควรสังเกตทางออกหรือทางหนีไฟไว้ล่วงหน้า ฟังประกาศแจ้งเตือน ติดตามเสียงประกาศหรือสัญญาณเตือนภัยจากเจ้าหน้าที่ พร้อมเลี่ยงเหตุ หากพบสถานการณ์ไม่ปลอดภัย บุคคลหรือสัญญาณอันตราย ควรรีบพาเด็กออกจากพื้นที่ทันที กรมอนามัย เน้นย้ำว่า วันเด็กไม่เพียงเป็นวันที่เด็ก ๆ ได้รับความสุขและรอยยิ้มแต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการปลูกฝังทักษะชีวิต ความรอบคอบ และการดูแลตนเอง เพื่อให้เด็กไทยเติบโตอย่างแข็งแรง ปลอดภัย และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ในอนาคตได้อย่างมีสติทันเหตุการณ์