นิเทศ ม.กรุงเทพ เปิดปฐมบทสนทนาครีเอทีฟข้ามพรมแดน ร่วมออกแบบ "Creative Playbook ฉบับใหม่" ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงเอเชียสู่เวทีโลก

ข่าวทั่วไป Monday January 19, 2026 13:26 —ThaiPR.net

นิเทศ ม.กรุงเทพ เปิดปฐมบทสนทนาครีเอทีฟข้ามพรมแดน ร่วมออกแบบ

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเวทีสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติในงาน CREATIVESPARK 2026: THE FIRST TAKE - Bangkok University Edition: Redefining EntertainmentContent Creation as a Global Experience จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา ณมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยผู้สร้างคอนเทนต์ระดับโลกจากญี่ปุ่นร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึกแบบเอ็กซ์คลูซีฟและถอดรหัส "Creative Playbook ฉบับใหม่" เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงเอเชียสู่เวทีโลกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมบันเทิงโลกที่ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์พุ่งสูงและการแข่งขันในเศรษฐกิจความสนใจ (Attention Economy) ทวีความรุนแรง วิกฤตดังกล่าวกลับเปิดพื้นที่ของ "โอกาส"

นิเทศ ม.กรุงเทพ เปิดปฐมบทสนทนาครีเอทีฟข้ามพรมแดน ร่วมออกแบบ

สำหรับอุตสาหกรรมบันเทิงเอเชียในการก้าวสู่บทบาทใหม่ จากการเป็นเพียงฐานการผลิตหรือผู้ตามเทรนด์ตะวันตก สู่การเป็น ผู้กำหนดภาษาครีเอทีฟและโมเดลการสร้างคอนเทนต์ระดับโลกด้วยตัวเองเวที CREATIVE SPARK 2026: THE FIRST TAKE - Bangkok University Edition ที่จัดขึ้นโดยคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้หากแต่ทำหน้าที่เป็นเวทีสนทนาครีเอทีฟข้ามพรมแดนระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทยซึ่งสะท้อนบทบาทของคณะนิเทศศาสตร์ในฐานะ Creative Convenor และ Thought Leaderที่เชื่อมโยงผู้สร้างคอนเทนต์ระดับโลกเข้ากับระบบนิเวศการเรียนรู้ของเอเชียการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกระหว่างสองอุตสาหกรรมบันเทิงหลักของเอเชียในครั้งนี้ได้ตอกย้ำประเด็นสำคัญของโลกยุคดิจิทัลอย่างชัดเจนว่า ยิ่งเทคโนโลยีก้าวล้ำมากเท่าใด ความเรียบง่ายความจริงใจ และความเป็นมนุษย์ จะยิ่งกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงมากขึ้นเท่านั้นและนี่คือจุดตั้งต้นของการร่วมออกแบบ Creative Playbook ฉบับใหม่ที่เอเชียกำลังใช้สื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกด้วยเสียงและคุณค่าของตนเองแนวคิด "Less Is More" คือหัวใจของความเรียบง่ายเชิงโครงสร้าง (Minimalist Production) ที่ทำให้ THEFIRST TAKE แพลตฟอร์มดนตรีระดับโลกจากญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยุคใหม่ ด้วยยอดรับชมสะสมกว่า 8พันล้านวิวทั่วโลก จากหลักคิดเดียวคือ One Take Only การแสดงเพียงครั้งเดียว ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีการแก้ไข

การตัดสินใจปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นใน "เทคเดียว"เปิดพื้นที่ให้ศิลปินเผชิญหน้ากับผู้ชมในสภาวะที่เปราะบางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดความลังเล หรืออารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ร่วมที่ผู้ชมสามารถ"รับรู้และรู้สึกได้ทันที" โดยไม่ต้องอธิบาย ด้วยเหตุนี้ One Take Only จึงไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบการผลิตคอนเทนต์แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของการโหยหาความจริงและความเป็นมนุษย์ ในโลกดิจิทัลที่ภาพ เสียงและตัวตนสามารถถูกสร้างหรือปรับแต่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆในวัฒนธรรมร่วมสมัยเมื่อผู้ชมจำนวนมากทั่วโลกเริ่มเชื่อใจความไม่สมบูรณ์แบบมากกว่าสิ่งที่ถูกขัดเกลาอย่างไร้ที่ติ นี่คือเหตุผลที่ THEFIRST TAKE ไม่เพียงประสบความสำเร็จในเชิงยอดวิวแต่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนทางอารมณ์และมูลค่าแบรนด์ในระดับโลกได้อย่างยั่งยืนบนเวที Makoto Uchida โปรดิวเซอร์ของ THE FIRST TAKE ชี้ให้เห็นว่า เมื่ออุตสาหกรรมดนตรีเคลื่อนจากยุค "ดาวน์โหลด" สู่ "สตรีมมิ่ง" สิ่งที่ผู้คนแสวงหาไม่ใช่แค่เพลงที่ฟังเพราะ แต่คือ "วิดีโอและเรื่องราว"ที่ทำให้เพลงถูกจดจำและรู้สึกผูกพัน

การสื่อสารการตลาดจึงเปลี่ยนจากการเร่งให้เพลงฮิตในช่วงสั้น ๆ ไปสู่ Long-tail Promotion ที่ค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่าน Sub-content อย่าง audio, lyric หรือ animationเพื่อขยายโลกของเพลงหลักให้ลึกและมีมิติมากขึ้น ภายใต้บริบทนี้ THE FIRST TAKEจึงถูกออกแบบให้เป็นคอนเทนต์ดนตรีรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่รายการเพลงทีวี ไม่ใช่มิวสิกวิดีโอที่ตัดต่อจนสมบูรณ์แบบและไม่ใช่ไลฟ์ที่เน้นโชว์เทคนิค หากเป็น "ช่วงเวลาแห่งความจริง" ที่ผู้ชมย้อนกลับมาสัมผัสได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยยืนอยู่บน 3 แก่นหลัก ได้แก่ UNPREDICTABLE เพราะดนตรีทรงพลังที่สุดเมื่อคาดเดาไม่ได้และทำซ้ำไม่ได้REALITY เพราะความจริงของการแสดงสดที่อาจไม่สมบูรณ์แบบมักส่งแรงสั่นสะเทือนมากกว่างานที่ถูกผลิตอย่างประณีตแต่ขาดความเป็นธรรมชาติ และ HUMANITYเพราะความเป็นมนุษย์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าในขณะนั้น คือสิ่งที่ไม่อาจปรุงแต่งให้เหมือนเดิมได้ทุกครั้งแนวคิดทั้งหมดถูกแปลงเป็นกฎการผลิตแบบ "ตั้งใจไม่ทำ" เช่น no retake, no direction, no filter, nopromotion เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความไม่สมบูรณ์แบบทำงาน สร้างพลัง สร้างความเชื่อใจและดึงผู้ชมให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าผ่านคอมเมนต์และชุมชนบน YouTube จน THE FIRST TAKEถูกมองว่าเป็นสารคดีสั้นในเทคเดียวที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนของศิลปินอย่างใกล้ชิดที่สุด

ขณะที่ Kazuki Nagayama Director of Photography และผู้ออกแบบการถ่ายทำแบบ One Take ถ่ายทอดว่าภาษาภาพของ THE FIRST TAKE ถูกสร้างบนหลัก Less is more, less but betterด้วยการตัดทุกสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้ความสำคัญกับ "ศิลปินและช่วงเวลาที่เกิดขึ้นตรงหน้า"วิดีโอจึงถูกออกแบบให้เหมือน "ภาพถ่ายที่มีเวลาไหลผ่าน" โดยถ่ายทำแบบ Musical portraitเชิงสารคดีในเทคเดียว ด้วยกล้องตำแหน่งคงที่ ลดการกำกับ ลดการเคลื่อนกล้องและจัดฉากสตูดิโอสีขาวให้เกิดความว่างและความโดดเดี่ยวอย่างตั้งใจ เพื่อให้ตัวตนของศิลปินค่อย ๆปรากฏโดยไม่ถูกสิ่งรบกวนดึงสายตา การเลือก Side-angle framing รวมถึงการออกแบบแสงเงาถูกกำหนดล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อรักษาความหมายตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกัน งาน Post-productionถูกวางบทบาทให้เป็นเพียงการ "ถ่ายทอด" มากกว่าการ "ปรุงแต่ง" เพื่อเก็บรายละเอียดเล็ก ๆของความเป็นมนุษย์ให้ครบถ้วน แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นระบบคอนเทนต์ทั้ง Ecosystemตั้งแต่การออกแบบ Thumbnail เสมือน "ปกนิตยสารยุคดิจิทัล"ไปจนถึงกลยุทธ์คัดเลือกศิลปินและการติดตามเสียงสะท้อนจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานที่สม่ำเสมอและทำให้ความเรียบง่ายที่ซื่อตรงต่อช่วงเวลาจริงสามารถขยายผลสู่ผู้ชมทั่วโลกได้อย่างยั่งยืนในมุมของ ผศ.ดร. อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

บทเรียนจากฟอร์แมต OneTake Only ชี้ชัดว่า ยิ่งเทคโนโลยีก้าวล้ำ "ความเรียบง่าย ความจริงใจ และความเป็นมนุษย์"ยิ่งกลายเป็นคุณค่าหลักของคอนเทนต์ยุคใหม่ และการที่ BUCAได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่กลางของบทสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติคือบทบาทเชิงรูปธรรมของสถาบันการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในฐานะ Creative Living Laboratoryที่เชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญ และคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง แลกเปลี่ยนและตกผลึกมาตรฐานใหม่ร่วมกัน โดยปี 2569 BUCA จะขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมผ่าน BUCA TrendRadar 2026 5 แกน ได้แก่ "Experience-first Storytellingการพัฒนาทักษะด้านการสร้างประสบการณ์สดและการเชื่อมโยงทางอารมณ์ Cultural IP Rebootการรีบูตมรดกวัฒนธรรมให้ร่วมสมัย Stage & Stream Convergenceการออกแบบคอนเทนต์สำหรับการผสมผสานข้ามเวทีจริงและแพลตฟอร์มดิจิทัล Human-AI Ethics inCommunication การตอกย้ำคุณค่าความเป็นมนุษย์และการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ และ Data-backedCreativity การขับเคลื่อนงานสร้างสรรค์ด้วยข้อมูลและ social listening"

เพื่อสร้างครีเอเตอร์ที่ทำงานได้จริงในโลกสื่อร่วมสมัย ทั้งทรงพลังทางอารมณ์ รับผิดชอบและขยายสู่มาตรฐานสากลได้อย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้เวที CREATIVE SPARK 2026 ยังสะท้อนว่าเอเชียกำลังขยับจาก "ผู้ตาม" สู่"ผู้ร่วมกำหนดมาตรฐาน" ของการเล่าเรื่องและการผลิตคอนเทนต์ จากญี่ปุ่นสู่ไทย และจากเอเชียสู่เวทีโลก ด้วยCreative Playbook ใหม่ที่ยึดโยงวัฒนธรรม ความจริงใจ ความเป็นมนุษย์ และความยั่งยืนของครีเอเตอร์เพื่อสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกด้วยเสียงและตัวตนของเอเชียเองอย่างภาคภูมิ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ