
- วายแอลจีชี้ราคา ทองคำพุ่งไม่แผ่วปีนี้ผ่านมาแค่ 20 วัน ทองโลกไทยพุ่งแล้ว 9% ทองไทยพุ่งเกือบ 7% รับแรงสกัดจากเงินบาทแข็งค่า ขณะที่ สถาบันการเงินต่างประเทศส่วนใหญ่ให้เป้าหมายปีนี้ที่ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป
- มองปัจจัยบวกหลักมาจากความกังวลนโยบายทรัมป์ ทั้งการเตรียมที่จะฮุบกรีนแลนด์ คาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบไปถึงสงครามการค้ากับยุโรป รวมไปถึงความตึงเครียดกับอิหร่านด้วยเช่นกัน ส่งผลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลัง Flow ถูกโยกไปภูมิภาคอื่นเพื่อหนีความเสี่ยงทางฝั่งตะวันตก และเข้ามาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง
- วายแอลจีเปิดคำแนะนำเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว พร้อมเพิ่มโอกาสด้วยการลงทุนระยะสั้น พบแนวรับสำคัญที่ 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,720 - 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมเป้าหมายหลักปีนี้ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำทางเลือกลงทุนผ่านฟิวเจอร์สเพื่อเป็นทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำ
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปี อยู่ที่ประมาณ 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้เพียง 20 วันถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วกว่าคาดหมาย แถมยังเป็นการเปิด gap ในวันจันทร์ทุกสัปดาห์ ขานรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทองคำไทย (ทองคำแท่ง 96.5%) จากต้นปีจนถึงวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 69,300 บาทต่อบาททองคำ หรือขึ้นมาเกือบ 7%
ปัจจัยที่กระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน ดังนี้
ทั้งนี้ จากการสำรวจของวายแอลจี พบว่า ว่าสุดสถาบันการเงินต่างชาติส่วนใหญ่ได้ให้ราคาเป้าหมายทองคำ ไว้ในระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป เริ่มจาก J.P. Morgan ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 5,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้าน Goldman Sachs ให้ราคาเป้าหมายที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ UBS ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รวมถึง Bank of America ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ Citi ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ วายแอลจี แนะนำเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว พร้อมเพิ่มโอกาสด้วยการลงทุนระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านระยะสั้นประเมินไว้ที่ 4,720 - 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ วายแอลจี ยังคงคาดการณ์ในปีนี้ว่าทองคำจะมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงกรอบเป้าหมาย 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นอกจากนี้วายแอลจียังแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านฟิวเจอร์สเพื่อเป็นทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด โดยล่าสุดวายแอลจีได้ออกโปรโมชั่นพิเศษ เทรดทอง-หุ้น TFEX ค่าคอมมิชชั่นลดสูงสุดถึง 80% มอบโอกาสให้นักลงทุนเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ลดค่าคอมฯ ตั้งแต่สัญญาแรกโดยไม่มีขั้นต่ำ สำหรับอัตราค่าคอมมิชชั่นที่ปรับลด ได้แก่ SET50 Index Futures เหลือเพียง 15 บาท จากปกติ 77.6 บาท , Gold Online Futures เหลือ 40 บาทต่อสัญญา จากปกติ 178 บาท ,Block Trade ลดเหลือ 0.07% จากเดิม 0.1%, Currency Futures เหลือ 5 บาท จากปกติ 10.10 บาท นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ผ่านระบบ E-Open Account ได้สะดวก รวดเร็ว โดยไม่เสียค่าบริการยืนยันตัวตนผ่าน NDID พร้อมบริการฝาก-ถอนเงินผ่านแอป Streaming ที่รองรับการฝากเงินแบบ Realtime เงินเข้าทันที และถอนเงินได้รับภายในวันเดียว YLG Futures ยังเพิ่มศักยภาพการเทรดด้วยเครื่องมือครบครัน ทั้ง TFEX Combo (Auto Position, Combination Order) และ Robot Trade ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Settrade Open API ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการความคล่องตัว นอกจากนี้ ยังมีทีมเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างโอกาสทำกำไรได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างมั่นใจ