
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้นำด้าน Location Intelligence ร่วมพลิกโฉมระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย นำซอฟต์แวร์แผนที่อัจฉริยะ ArcGIS เป็นส่วนหนึ่งในภาคการศึกษา สร้างระบบการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดเชิงวิเคราะห์ เพิ่มความเข้าใจเชิงบริบท และเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามสาขาได้อย่างเป็นระบบ ยกระดับ EdTech ไปอีกขั้น เตรียมบัณฑิตสู่โลกการทำงานยุคดิจิทัลอย่างมั่นใจ พร้อมสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับสากล

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "จุฬาฯ มุ่งมั่นยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวสู่การเรียนรู้เชิงรุก (Proactive) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูงสู่การเรียนการสอนเพื่อให้นิสิตมีความรู้และทักษะที่ตอบโจทย์อนาคต เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จุฬาฯ นำมาใช้ในการเรียนการสอนอย่างจริงจังเป็นที่แรก ๆ ของภูมิภาค และได้ใช้มาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การเรียนรู้ของนิสิตเชื่อมโยงกับโลกจริงผ่านแผนที่อัจฉริยะ เห็นบริบทของข้อมูลรอบด้าน และคิดอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมไทยผ่านสร้างองค์ความรู้ใหม่ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างยั่งยืน"
ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก ทั้งในการเรียนรู้เชิงวิชาการ และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคดิจิทัล การเข้าใจข้อมูลและตีความได้อย่างแม่นยำจึงสำคัญ ดังนั้น จุฬาฯ จึงตระหนักถึงเรื่องนี้ และสนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์ ArcGIS ในทุกคณะ เพื่อให้ทั้งนิสิตและคณาจารย์สามารถเข้าถึง วิเคราะห์ จัดการ และสื่อสารข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ ทั้งยังต่อยอดผสานเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ ประมวลผลและตีความข้อมูลที่ซับซ้อน ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เปิดโอกาสให้การเรียนการสอนสามารถขยายขอบเขตการประยุกต์ใช้หลากหลายศาสตร์ ตั้งแต่งานด้านโลจิสติกส์ การวิเคราะห์เครือข่าย การออกแบบและจำลองเมือง ไปจนถึงงานด้านวิศวกรรมและการจัดการภัยพิบัติ สามารถบูรณาการข้อมูลจริงเข้ากับการคิดเชิงวิเคราะห์ ซึ่งสอดรับกับการขับเคลื่อน 3 มิติหลักได้แก่ 1) การเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร (Faculty Workforce) 2) การเสริมศักยภาพนิสิตให้พร้อมสู่โลกการทำงาน (Student Workforce) 3) การยกระดับคุณภาพงานวิชาการและงานวิจัยให้ทัดเทียมนานาชาติ (Academic Excellence)
รศ.ดร.พรรณี ชีวินศิริวัฒน์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า "หลายคณะและสถาบันวิจัยในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้ซอฟต์แวร์ ArcGIS ในการเรียนการสอนและการวิจัยมานานกว่าสามทศวรรษ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก จากระบบ standalone บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาจนถึง web-based GIS ในปัจจุบัน สามารถผลิตบัณฑิตในสาขาที่เกี่ยวข้องให้สามารถเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ วิเคราะห์และแปลความข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้เฉพาะของแต่ละสาขาให้สามารถแก้โจทย์ปัญหาแบบบูรณาการ และงานวิจัยสามารถเชื่อมโยงมิติทางกายภาพ สิ่งแวดล้อม สังคม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นรากฐานของการแก้โจทย์ความท้าทายของโลกสมัยใหม่ และเป็นทักษะที่หลายอุตสาหกรรมให้ความสำคัญ เหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจของการยกระดับคุณภาพงานวิชาการ (Academic Excellence) และการเตรียมบัณฑิตให้พร้อมต่อโลกการทำงานจริง (Workforce Readiness) ในยุคดิจิทัล"
การประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ ArcGIS ได้ถูกขยายผลสู่หลากหลายคณะของจุฬาฯ อย่างเป็นรูปธรรม โดยแต่ละสาขานำเทคโนโลยีเชิงพื้นที่ไปใช้ตอบโจทย์การเรียนรู้และการวิจัยตามบริบทของตนเอง ได้แก่
แพร พันธุมวนิช ประธาน บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำว่า "หัวใจของความร่วมมือครั้งนี้คือการนำซอฟต์แวร์ ArcGIS ที่ใช้จริงในองค์กรชั้นนำทั่วโลก เข้าสู่ระบบการศึกษาไทยอย่างเป็นระบบช่วยยกระดับการเรียนรู้ของนิสิตและคณาจารย์ให้ก้าวทันมาตรฐานสากล และพัฒนาทักษะด้านข้อมูลเชิงพื้นที่ที่จำเป็นต่อทุกอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล ซึ่งเราให้ความสำคัญกับการสร้าง "ระบบนิเวศการเรียนรู้" อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดอบรม ร่วมพัฒนาเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีเกิดผลลัพธ์จริง Esri Thailand มีความตั้งใจที่จะเห็นมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะ จุฬาฯ สร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจข้อมูลเชิงพื้นที่อย่างถูกต้อง ใช้ ArcGIS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำความรู้ไปพัฒนางานวิจัย เมือง เศรษฐกิจ และบริการสาธารณะของประเทศให้ก้าวไปอีกขั้น"
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของจุฬาฯ ในการผลักดันการเรียนรู้ยุคใหม่ ผ่านการใช้เทคโนโลยีแผนที่อัจฉริยะและข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นหัวใจของ EdTech มหาวิทยาลัย ไม่เพียงช่วยให้การเรียนรู้ในห้องเรียนก้าวข้ามทฤษฎีสู่การวิเคราะห์ข้อมูลจริง แต่ยังยกระดับวิธีคิดของนิสิตให้เชื่อมโยงมิติของพื้นที่ สังคม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ นำไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพสูงขึ้น และการสร้างบุคลากรที่พร้อมต่อโจทย์ของอนาคต ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคสังคม และการพัฒนาประเทศบนฐานข้อมูลและนวัตกรรมอย่างแท้จริง