โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ส่งเสริมเด็กจิ๋วดูแลรักษ์โลกผ่าน "ความหลากหลายในชุมชนของฉัน" เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ข่าวทั่วไป Thursday January 22, 2026 17:19 —ThaiPR.net

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ส่งเสริมเด็กจิ๋วดูแลรักษ์โลกผ่าน

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ดำเนินกิจกรรม "ความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชนของฉัน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมุ่งส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้จากการสำรวจสิ่งมีชีวิตและทรัพยากรชีวภาพในชุมชนของตนเอง ผ่านความสงสัย คำถาม และการลงมือปฏิบัติจริง

กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากโรงเรียนทั่วประเทศ มีผลงานส่งเข้าร่วมมากกว่า 200 โครงการ และได้คัดเลือกบางส่วนมาจัดแสดงนิทรรศการและร่วมเสวนาในงาน ครบรอบ 15 ปี โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย สะท้อนพลังการเรียนรู้ของเด็กไทยจากรากฐานชุมชนสู่ความเข้าใจโลกอย่างลึกซึ้ง

เด็กเรียนรู้จาก "สิ่งใกล้ตัว" สู่การดูแลโลก

นางฤทัย จงสฤษดิ์ วิทยากรหลักอาวุโส โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ประทับใจในความคิดสร้างสรรค์และความตระหนักต่อสังคมและชุมชนของเด็ก ๆ ที่สะท้อนผ่านโครงงานหลากหลาย เช่น

  • แกงแค : หม้อแกงที่รวมความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมล้านนา
  • สำรวจไลเคน : นักทำนายอากาศบริสุทธิ์แห่งโรงเรียนบนดอย
  • เห็ดเผาะ : เด็กหญิงกับเห็ดป่าสลักพระหลังฝนแรก
  • เสียงน้ำและสิ่งมีชีวิตรอบไอย ปาโจ ของเด็กน้อยบ้านเจาะบือแม
  • อิ๊หย๋อ หิมะในดิน ณ ถิ่นคะแนง
  • กว๊านพะเยา : เด็กน้อยกับคำถามความหลากหลายของสัตว์น้ำในบึงใหญ่

หัวใจสำคัญของโครงการคือ การเริ่มต้นจากสิ่งที่ "ใกล้ตัวและมีความหมาย" ต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นตลาดท้องถิ่น สวนหลังโรงเรียน ทุ่งนา ป่าชายเลน ควาย หรืออาหารพื้นบ้าน เพราะเด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากสิ่งที่เขาเชื่อมโยงกับชีวิตจริงครูไม่ใช่ผู้ให้คำตอบ แต่คือผู้ร่วมเรียนรู้

นางฤทัยเน้นย้ำว่า บทบาทของครูคือผู้สนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กเกิดความสงสัย ตั้งคำถาม และกล้าค้นหาคำตอบ เช่น"ทำไมข้าวโพดฝักนี้มีหลายสี?""ค้างคาวทำไมนอนห้อยหัว?"

ครูไม่จำเป็นต้องมีคำตอบทันที แต่ทำหน้าที่ ฟัง ชวนคิด และชวนทดลอง ไปพร้อมกับเด็ก เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กกล้าคิด กล้าถาม และกล้าลอง เพราะความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

แนวคิดการเรียนรู้แบบ Co-Construction of Learning ทำให้ครูเป็น "ผู้ร่วมเรียนรู้ (Co-learner)" เด็กได้เรียนรู้จากเพื่อน การแลกเปลี่ยน และการทำงานกลุ่ม พร้อมพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีระบบผ่านกระบวนการรู้คิด หรือ Metacognition

เสียงจากครูและเด็ก: พลังการเรียนรู้ที่มีชีวิต

คุณครูกัญญาณัฐ แซ่อ๋อง ครูที่ปรึกษาโครงงาน ชะมดต้น สมุนไพรจากดอกไม้ริมทาง จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เด็กมีความสุขและกระตือรือร้นมากขึ้นเมื่อได้เรียนรู้จากสิ่งที่ตนเองสนใจ การทำโครงงานช่วยฝึกการแก้ปัญหา วางแผน บันทึกข้อมูล และต่อยอดการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

คุณครูสุวภา บุญอุไร โรงเรียนบ้านหนองเสือช้าง (จรุงราษฎร์พัฒนา) จังหวัดชลบุรี เล่าว่า การปรับป่าชุมชนให้เป็นห้องเรียน ทำให้เด็กเห็นว่าการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน เด็กทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง หากมีครูและผู้บริหารคอยสนับสนุน

ขณะที่ครูเรวดี จันดอนแดง โรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี กล่าวถึงโครงงาน อุบลราชธานี มีปลาแซ่บหลาย (Home Hug โฮมฮัก กินปลา พาแลง) ว่า ทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า"เด็กไม่ใช่แจกันที่รอให้คนมาใส่ แต่เป็นไฟที่รอให้คนมาจุด"

ด้านเด็กหญิงอลิสา อ่อนสำลี นักเรียนอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา จังหวัดปทุมธานี เจ้าของโครงงาน พืชน้ำตัวจิ๋วกับการบำบัดน้ำ กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้เรียนรู้ว่าพืชน้ำในคลองชุมชนช่วยทำให้น้ำสะอาดและเป็นบ้านของสัตว์น้ำเล็ก ๆ พร้อมตระหนักว่าหากทุกคนช่วยกันไม่ทิ้งขยะ คลองก็จะสะอาดและน่าอยู่

จากมือเด็กๆ ของเด็ก สู่การสร้างจิตสำนึกและทักษะในการใส่ใจโลก

กิจกรรม "ความหลากหลายในชุมชนของฉัน" โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย จึงเป็นภาพสะท้อนชัดเจนของการเรียนรู้ที่มีชีวิต ผ่านธรรมชาติจริง ชุมชนจริง และคำถามจริงของเด็ก จนกลายเป็นประสบการณ์ที่ฝังอยู่ในความคิด ความรู้สึก และการกระทำของเด็กไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 "รักชาติไทย ใส่ใจโลก" ไม่ใช่เพียงถ้อยคำสวยงาม แต่คือทิศทางการเรียนรู้ของเด็กไทยในยุคใหม่ การเติบโตบนรากเหง้าของชุมชน ควบคู่กับหัวใจที่เข้าใจและหวงแหนรักษ์โลก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ