
แต่หากไม่หลุด 4,640 ดอลลาร์ทยานต่อ เหตุความต้องการมาจากทุกมิติทั้งรายย่อย-สถาบัน-ธ.กลางยังรุมซื้อ
- วายแอลจีชี้ ไขข้อข้องใจราคาทองพุ่งแรงแล้วยังไปต่อได้หรือไม่ ชี้เหตุผลทางเทคนิคตราบใดที่การปรับฐานยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,640 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ได้ ยังเป็นพักเพื่อขึ้นต่อ
- ชี้หากปรับฐานจริงจะเป็นการทำกำไรระยะสั้นจากนักเก็งกำไร และจากกองทุน ETF แต่ธนาคารกลางส่วนใหญ่จะยังคงถือครองทองคำในระยะยาว โดยไม่ขายทำกำไรเพื่อกระจายพอร์ตเงินทุนทำรองระหว่างประเทศ
- มั่นใจหลังปรับฐานราคากลับมาพุ่งต่อ เหตุนักลงทุนเข้าซื้อจากทุกมิติ ทั้งกลุ่มนักเก็งกำไรในตลาด COMEX จากกองทุนเฮดจ์ฟันและผู้จัดการกองทุน นักลงทุนสถาบัน กองทุน ETF ความต้องการจากจีนในการสต๊อกทองช่วงตรุษจีน และความต้องการจากอินเดียในทองคำดิจิทัลบนแพลตฟอร์มฟินเทค ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า หากพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิค จะเห็นว่าทองคำยังเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกระยะทั้งสั้น-กลาง-ยาว สะท้อนถึงแรงซื้อที่มีเข้ามาต่อเนื่อง ตราบใดที่ราคาทองคำยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,640 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ได้ มีโอกาสที่ราคาทองคำโลกจะพุ่งทดสอบ 5,100-5,136 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์มุ่งสู่ 5,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ก่อนจะเกิดการปรับฐานขนาดใหญ่ เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณเตือนในเชิงลบที่ชี้ว่า ราคามีโอกาสจะพักฐาน (หรือราคาอาจย่อตัวลงชั่วคราว) เพื่อสะสมกำลังใหม่ เนื่องจากราคาตอนนี้พุ่งสูงขึ้นจนอยู่ในสภาวะ 'ซื้อมากเกินไป' (Overbought) ทั้งในกราฟราย 4 ชั่วโมง กราฟรายวัน และรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ยังเริ่มเกิดสัญญาณขัดแย้งกัน (Divergence) ระหว่าง 'ราคา' และ 'ดัชนีวัดแรงแกว่งตัว (RSI)' ในกราฟระดับสัปดาห์ (Weekly) อีกด้วย ทั้งนี้ หากกรณีหลุดบริเวณ 4,640 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ มองว่าราคาจะปรับฐานก่อน แต่ยังคงมองว่าเป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อ ตราบใดที่ราคายังคงสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,274 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ได้
อย่างไรก็ดีแม้ว่าเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นสูงจะส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ แต่วายแอลจีประเมินว่าเป็นแรงขายทำกำไรในระยะสั้นจากนักเก็งกำไร และจากกองทุน ETF รวมไปถึงบางประเทศที่ถือครองทองคำ แต่เรามองว่าธนาคารกลางส่วนใหญ่จะยังคงถือครองทองคำในระยะยาว โดยไม่ขายทำกำไรเพื่อกระจายพอร์ตเงินทุนทำรองระหว่างประเทศ ทำให้ธนาคารกลางจะยังคงซื้อสุทธิทองคำต่อเนื่องมากกว่าที่จะพลิกกลับมาเป็นขายสุทธิ
ทั้งนี้หากดูจากแรงซื้อทองคำรอบตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม - มกราคมนี้ พบว่ามาจากแรงซื้อในทุกมิติและทุกกลุ่มนักลงทุน ประกอบด้วย