แนวโน้ม 'ทองคำ' ไปต่อ แต่ผันผวนสูง ชี้ ธปท. ตั้งเพดานซื้อขายออนไลน์ ลดแรงเหวี่ยง 'บาท' ได้ระยะสั้น

ข่าวทั่วไป Tuesday January 27, 2026 17:31 —ThaiPR.net

แนวโน้ม 'ทองคำ' ไปต่อ แต่ผันผวนสูง ชี้ ธปท. ตั้งเพดานซื้อขายออนไลน์ ลดแรงเหวี่ยง 'บาท' ได้ระยะสั้น

นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำไปต่อแต่ผันผวนสูง ชี้มาตรการกำหนดเพดานซื้อขายออนไลน์ของ ธปท. ช่วยลดแรงเหวี่ยง "บาท" ระยะสั้น แต่ไม่ได้ช่วยให้ "บาทอ่อนถาวร" แนะกลไกกำกับต้องยืนบนระบบมากกว่าดุลพินิจ ชงใช้เพดานแบบ "ยืดหยุ่น" แทนการกำหนดเพดานซื้อขายเดียวทุกสถานการณ์ เชื่อคุมแรงกระแทกบาทได้แม่นยำกว่า

รศ. ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ อาจารย์ประจำสาขาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ระยะเวลาหลังจากนี้ ราคาทองคำยังมีโอกาสได้แรงหนุนต่อจากบทบาทการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven asset) ท่ามกลางความเสี่ยงโลกที่ยังสูง โดยแรงซื้ออาจมาจากนักลงทุนและธนาคารกลางบางประเทศ อย่างไรก็ตามแนวโน้มราคามีโอกาสผันผวนมากขึ้น เพราะราคาทองอยู่ในระดับสูงและตลาดตอบสนองต่อข่าวอย่างรวดเร็ว

รศ. ดร.วิชัย กล่าวว่า มาตรการกำหนดเพดานซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยลดผลกระทบค่าเงินบาทแข็งได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในมิติลดความผันผวนรายวัน หรืออาการเหวี่ยงแรงเป็นช่วงๆ มากกว่าการทำให้เงินบาทอ่อนลงอย่างถาวรในทันที นั่นเพราะการซื้อขายทองคำออนไลน์วงเงินสูงไม่ได้เป็นธุรกรรมทองคำอย่างเดียว แต่มีธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราไปมาระหว่างบาทกับดอลลาร์พ่วงอยู่เสมอ เมื่อมีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่มากเกิดขึ้นพร้อมกันจะเกิดการแลกเงินแบบกระจุกตัวในช่วงเวลาสั้นๆ จนทำให้ค่าเงินบาทขยับแรงกว่าที่ปัจจัยพื้นฐาน เช่น การส่งออก การท่องเที่ยว หรือเงินลงทุนจริง จะอธิบายได้ในวันนั้น

ทั้งนี้ ในเชิงเศรษฐศาสตร์สามารถมองแรงดังกล่าวเป็นแรงเงินแฝง หรือกระแสธุรกรรมการเงินระยะสั้นที่ยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานทันที ดังนั้นเพดานจึงทำหน้าที่คล้ายตัดยอดคลื่นไม่ให้เกิดดีลขนาดใหญ่มากในเวลาเดียวกัน ช่วยลดแรงกระแทกต่อค่าเงินได้จริง แต่ไม่ใช่เครื่องมือเปลี่ยนทิศค่าเงินบาท เพราะทิศทางใหญ่ยังขึ้นกับดอกเบี้ยโลก เงินทุนไหลเข้า-ออก และดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นหลัก

รศ. ดร.วิชัย กล่าวต่อว่า วงเงินที่มีการกำหนดในระดับ 20-100 ล้านบาทต่อวัน หากออกแบบให้ มุ่งที่กลุ่มวงเงินสูงจะช่วยคุมความผันผวนโดยไม่กระทบผู้ลงทุนรายย่อย แต่ในอีกด้านหากใช้ตัวเลขเดียวแบบตายตัวต่อเนื่องยาวนานอาจไม่เหมาะกับทุกสภาวะ เพราะบางช่วงตลาดสงบวงเงินดังกล่าวอาจไม่ใหญ่ แต่บางช่วงตลาดตึงตัววงเงินเท่าเดิมอาจใหญ่พอให้เหวี่ยงได้ ดังนั้นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าคือการออกแบบเพดานแบบยืดหยุ่น (Dynamic Cap) เช่น หากค่าเงินบาทผันผวนแรง หรือปริมาณธุรกรรมทองสูงผิดปกติให้ลดเพดานลงชั่วคราว และเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติจึงผ่อนคลายเพดานขึ้น เพื่อคุมแรงกระแทกได้แม่นยำกว่าการใช้ตัวเลขเดียวตลอดทุกสถานการณ์

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกลไกกำกับดูแลต้องยืนบนระบบมากกว่าดุลพินิจ เพราะหากให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตัดสินดีลวงเงินสูงโดยเกณฑ์ไม่ชัด อาจทำให้การบังคับใช้ไม่สม่ำเสมอและถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือกปฏิบัติได้ แนวทางเชิงระบบที่ทำได้จริง ได้แก่ 1. กำหนด Trigger ชัดเจนเพื่อเข้าสู่การตรวจสอบอัตโนมัติเมื่อเกินวงเงินหรือมีรูปแบบผิดปกติ 2. รายงานธุรกรรมแบบเกือบเรียลไทม์เพื่อเห็นภาพรวมทันที 3. เข้มงวดการยืนยันตัวตน (KYC) และตรวจที่มาของเงินเฉพาะดีลใหญ่ โดยไม่เพิ่มภาระรายย่อย 4. มีร่องรอยตรวจสอบย้อนหลัง (Audit trail) พร้อมเหตุผลในทุกการตัดสินใจ 5. เชื่อมกับระบบป้องกันฟอกเงิน (AML) ที่มีอยู่แล้ว

"โดยสรุป มาตรการเพดานซื้อขายทองออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเพิ่มโทษอาญาใหม่ แต่ควรทำให้กติกา ข้อมูล ระบบตรวจสอบ แข็งแรงพอ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดช่องทุจริต และช่วยรักษาเสถียรภาพค่าเงินในระยะยาว" รศ. ดร.วิชัย กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ