
นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่า สนอ. ได้เตรียมความพร้อมมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในโรงเรียนสังกัด กทม. ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เน้นย้ำให้เฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ในสถานศึกษา เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของ กทม. รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำหนังสือขอส่งแนวทางการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไวรัสนิปาห์ในสถานศึกษา ไปยัง สำนักการศึกษา สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขต สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ศูนย์บริการสาธารณสุข และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งแนวทาง การดำเนินงานการป้องกันโรคไวรัสนิปาห์สำหรับสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ คำแนะนำสำหรับสถานศึกษา ได้แก่ (1) ส่งเสริมความรู้เรื่องโรคไวรัสนิปาห์ และเน้นย้ำหลักสุขอนามัย "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสมือโดยตรง" แก่ครู บุคลากร นักเรียนและผู้ปกครอง และ (2) จัดสภาวะแวดล้อมของสถานศึกษาให้สะอาด ปลอดภัย มีสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาล คำแนะนำสำหรับนักเรียนและบุคลากร ได้แก่ (1) กินร้อน รับประทานอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น (2) ต้องใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกัน (3) ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลล้างมือ/สเปรย์แอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อน-หลังการรับประทานอาหาร หลังขับถ่าย และสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้ร่วมกัน (4) สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อต้องเข้าไปในสถานที่ที่มีคนแออัด พื้นที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือมีความเสี่ยง (5) งดรับประทานผลไม้ ที่มีรอยสัตว์กัด หรือผลไม้ที่ตกอยู่ใต้ต้น (6) หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ป่วย (ค้างคาว สุกร ม้า สัตว์ป่า) และ (7) ไม่ดื่มน้ำอินทผลัมสด หรือน้ำตาลสดที่ไม่ผ่านการต้มสุก
นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติกรณีพบเด็กนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนสังกัด กทม. มีอาการเจ็บป่วยที่อาจเข้าข่ายสงสัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในการป้องกันควบคุมโรค กรณีพบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในโรงเรียนสังกัด กทม. ประกอบด้วย (1) กรณีสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อโรคไวรัสนิปาห์ ได้แก่ ไข้สูง ชัก/ซึมเร็ว หอบเหนื่อย หากมี 3 อาการนี้และมีประวัติเสี่ยง (เดินทางไปพื้นที่ระบาด อินเดีย-เกรละ/เบงกอล,บังคลาเทศ, มาเลเซีย) ดื่มน้ำอินทผลัมสด หรือน้ำตาลสด (ไม่ต้ม) กินผลไม้ที่มีรอยสัตว์กัด หรือสัมผัสสัตว์ป่วย (ค้างคาว สุกร ม้า สัตว์ป่า) ควรแยกผู้ป่วย และให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ให้ทราบทันที (2) ตรวจคัดกรองสุขภาพของนักเรียน ครู บุคลากร ก่อนเข้าสถานศึกษาตามมาตรฐานงานอนามัยโรงเรียน ดังนี้ วัดอุณหภูมิร่างกาย ให้นักเรียนล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล สวมหน้ากากอนามัย หากพบเด็กป่วยควรแยกเด็กป่วยทันที แจ้งผู้ปกครองมารับพาไปพบแพทย์และติดตามอาการ ส่วนการรณรงค์ส่งเสริมความรู้ สนอ. อยู่ระหว่างจัดทำหนังสือถึงสำนักงานประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้และคำแนะนำการป้องกันโรคไวรัสนิปาห์สำหรับประชาชน พร้อมกันนี้ สนอ. ได้เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุกรณีพบผู้ป่วยสงสัยในกรุงเทพฯ รวมทั้งเตรียมช่องทางการประสานงานทั้งภายในและหน่วยงานภายนอก เช่น สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์ สธ. เพื่อควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง
นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวว่า สนศ. ให้ความสำคัญในสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของนักเรียน กทม. เป็นสำคัญ โดยมีมาตรการเชิงรุกให้โรงเรียนในสังกัด กทม. แจ้งรายงานสถานการณ์เมื่อพบความเสี่ยง การติดเชื้อ และการระบาดของโรคต่าง ๆ ผ่านช่องทาง Online ในแบบสำรวจข้อมูล Google Form กำชับให้โรงเรียนเฝ้าระวังและสังเกตอาการของนักเรียนในโรงเรียนทุกคน และดำเนินการตามมาตรการทางการแพทย์และการสาธารณสุข ตามแนวทางที่ได้แจ้งให้โรงเรียนในสังกัด กทม. ได้ถือปฏิบัติตามหนังสือ กทม. ด่วนมาก ที่ กท 0808/224 ลงวันที่ 22 ต.ค. 68 เรื่อง การเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ของโรงเรียนในสังกัด กทม. ซึ่งได้กำหนดมาตรการความปลอดภัยในการตรวจสอบความพร้อมของอาคารเรียน ห้องเรียน เครื่องเล่นเด็ก ด้านสภาพแวดล้อม ความสะอาด สุขาภิบาล วัสดุการเรียนการสอน พร้อมทั้งให้สำนักงานเขตกำกับดูแลโรงเรียนในสังกัด กทม. ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในสถานศึกษาอย่างเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่เด็กนักเรียน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครอง ขณะเดียวกัน ให้โรงเรียนในสังกัด กทม. ส่งเสริมการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ได้แก่ การล้างมืออย่างถูกวิธี การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการป่วย และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง จัดให้มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณอาคารเรียน ห้องเรียน ห้องน้ำ และพื้นที่ส่วนรวมอย่างสม่ำเสมอ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ด้านสาธารณสุข เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ทำความสะอาดให้เพียงพอ ตลอดจนสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับมาตรการของโรงเรียน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและความเชื่อมั่นในการจัดบริการการศึกษาของ กทม. บนฐานสุขอนามัยและความปลอดภัยของนักเรียน
นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้โรงเรียนในสังกัดทุกแห่งดำเนินการตามมาตรการด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ส่งเสริมการล้างมือและการรักษาความสะอาด ทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมการรวมกลุ่มในกรณีมีความเสี่ยงสูง ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เฝ้าระวังพร้อมทั้งคัดกรองสุขภาพเด็กนักเรียนและบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือมีประวัติสัมผัสสัตว์ หรือบุคคลที่มีความเสี่ยง หากพบผู้มีอาการเข้าข่ายให้แยกออกจากผู้อื่นโดยทันที แล้วแจ้งผู้บริหารสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที รวมถึงประสานผู้ปกครอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับตัวไปพบแพทย์ โดยประสานดำเนินการให้สื่อสารข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โรค แนวทางการป้องกันและมาตรการของโรงเรียนให้แก่เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรอย่างถูกต้อง ชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจ ลดความตื่นตระหนก และส่งเสริมความร่วมมืออย่างเป็นระบบ บูรณาการแนวทางการเฝ้าระวังและดูแลนักเรียนจากแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยให้โรงเรียนดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการป้องกันโรค ดูแลรักษาและการส่งต่อผู้ป่วย กำชับให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนในบรรยากาศพื้นที่ที่โปร่งโล่ง และในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก รักษาสุขอนามัยนักเรียน ครูและบุคลากร ด้วยการล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอเมื่ออยู่ในที่แออัด
ทั้งนี้ สนศ. ได้ประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันรักษาโรคต่าง ๆ เป็นประจำทุกปีการศึกษา ๆ ละ 2 ครั้ง (ภาคเรียนละ 1 ครั้ง) และได้เวียนแจ้งมาตรการป้องกันโรคต่าง ๆ ตามที่ได้รับการประสานจาก สธ. และ สนอ. และสำนักการแพทย์ (สนพ.) เพื่อเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด อาทิ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ การล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างสม่ำเสมอ การหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ และการไม่สัมผัสสัตว์ป่วย หรือซากสัตว์ เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อต่าง ๆ ที่สามารถแพร่กระจายผ่านทางฝอยละอองจากน้ำลาย หรือสารคัดหลั่งในร่างกาย สร้างความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่นักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา และหากพบนักเรียน ครู บุคลากรในโรงเรียนป่วย กำหนดมาตรการให้หยุดเรียนและหยุดงาน ไปพบแพทย์รับการรักษา และพักอยู่บ้านจนกว่าจะหาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของในกลุ่มเด็กนักเรียนและการระบาดในลักษณะกลุ่มก้อน รวมทั้งกำหนดแผนบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการสื่อสารและประสานงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสถานพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ดำเนินการประสานบุคลากรจากสถานพยาบาลในพื้นที่เขตซึ่งอยู่ใกล้บริเวณโรงเรียนร่วมชี้แจงสิทธิการรักษา การเข้ารับวัคซีน ในวันประชุมผู้ปกครองและนักเรียน ตลอดจนสนับสนุนพื้นที่ภายในโรงเรียนให้เป็นสถานที่เผยแพร่ความรู้สู่ชุมชนเกี่ยวกับมาตรการป้องกันโรคต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง