
ผู้นำในอุตสาหกรรมจากทั่วภูมิภาครวมตัวกันที่งาน Malaysia International Furniture Fair (MIFF) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของไทยและเอเชียได้รับการยอมรับในเวทีโลกมายาวนานจากศักยภาพด้านการผลิต ตั้งแต่ฐานการผลิตขนาดใหญ่ในจีนและเวียดนาม ไปจนถึงศูนย์กลางงานฝีมือระดับพรีเมียมในไทยและมาเลเซีย ด้วยจุดแข็งด้านประสิทธิภาพ การผลิตจำนวนมาก และความได้เปรียบด้านต้นทุน ในบทวิเคราะห์นี้ เคลี ลิม ผู้จัดการทั่วไปของ MIFF ชี้ว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่ซับซ้อนขึ้น ความร่วมมือระดับภูมิภาคยังคงเป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์สำคัญ ที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต
ตลาดเฟอร์นิเจอร์ในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ก้าวขึ้นเป็นฐานการจัดหาสินค้าหลักของโลก โดยมีมูลค่า 22.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8 แสนล้านบาท) ในปี 2567 และคาดว่าจะขยายตัวสู่ 45.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 ท่ามกลางการเติบโตดังกล่าว ไทย เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นกลุ่มประเทศผู้ส่งออกหลักที่มีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 90% ของมูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดของอาเซียน
อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบทตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การมีขนาดการผลิตเพียงอย่างเดียวจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป การเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดน การสร้างมูลค่าที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบ และการสอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่ใส่ใจและมีจิตสำนึกมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือเพื่อเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ทั่วทั้งอาเซียน ศักยภาพด้านการผลิตของประเทศหนึ่งกำลังเชื่อมโยงเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ นวัตกรรมวัสดุ และเครือข่ายการกระจายสินค้าของอีกประเทศหนึ่ง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการทำธุรกิจแบบต่างฝ่ายต่างผลิตและซื้อขาย ไปสู่ระบบความร่วมมือที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งช่วยเร่งการยกระดับภูมิภาคสู่ห่วงโซ่คุณค่าที่สูงกว่าเดิม
สำหรับประเทศไทย การมีบทบาทอย่างต่อเนื่องในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคและกรอบความตกลงทางการค้าต่าง ๆ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนการจ้างงานภายในประเทศ และขยายโอกาสทางการส่งออก ผู้ผลิตและนักออกแบบไทยจึงไม่ได้ต้องแข่งขันตามลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันโดยรวมของอาเซียน
ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยและอาเซียน
เวทีอุตสาหกรรมระดับภูมิภาคอย่าง งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์นานาชาติ Malaysia International Furniture Fair (MIFF) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 มีนาคม 2569 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยและอาเซียน
ในฐานะงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ MIFF รวบรวมผู้แสดงสินค้ากว่า 700 ราย และผู้ซื้อกว่า 20,000 ราย จากมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ทำหน้าที่เป็นจุดรวมของเทรนด์การออกแบบระดับสากล นวัตกรรมวัสดุ และแนวคิดการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากการจัดแสดงสินค้า งานยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต นักออกแบบ สถาปนิก ผู้พัฒนาโครงการ และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือข้ามพรมแดน
สำหรับผู้ประกอบการไทย ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และความสะดวกด้านการคมนาคมระหว่างประเทศ ทำให้การเข้าร่วมงานมีทั้งความคุ้มค่าเชิงกลยุทธ์และความคล่องตัวในทางปฏิบัติ พร้อมเปิดประตูสู่เครือข่ายระดับโลก โซลูชันที่พร้อมต่อยอดโครงการ และการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตลอดจนโอกาสความร่วมมือในรูปแบบใหม่
การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการออกแบบ และแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างมีจิตสำนึก
ขณะเดียวกัน ความต้องการของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคตั้งแต่เจ้าของบ้าน ผู้พัฒนาโครงการ ไปจนถึงผู้ประกอบการโรงแรม ต่างมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ ใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และกลมกลืนกับพื้นที่ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อขยับจากการพิจารณาเพียง "ราคา" ไปสู่การให้ความสำคัญกับ "คุณค่า" มากยิ่งขึ้น
ประเทศไทย สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวอย่างเด่นชัด การขยายตัวของเมือง อาทิ ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และ ภูเก็ต ทำให้เฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบภายในกลายเป็นกลไกสำคัญของกลยุทธ์ด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการ เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันไม่เพียงช่วยสร้างความโดดเด่นให้โครงการ แต่ยังยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ และเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
ประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก โรงแรม รีสอร์ต และร้านอาหารจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำแก่ผู้มาเยือน ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงจับมือกับนักออกแบบและผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาคอลเลกชันเฉพาะที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่กับมาตรฐานคุณภาพระดับสากล
ประเด็นความยั่งยืนซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนด วันนี้ได้กลายเป็นหัวใจของการสร้างคุณค่าในระยะยาว ผู้ผลิตที่ใช้ไม้ ไม้ไผ่ และวัสดุธรรมชาติต่างยกระดับแนวปฏิบัติอย่างรับผิดชอบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการจัดหา การผลิต และการออกแบบ ภายใต้แนวคิดการใช้ชีวิตอย่างมีจิตสำนึก ความยั่งยืนจึงต้องตั้งอยู่บนความน่าเชื่อถือ ความสม่ำเสมอ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือในระดับภูมิภาค
บทใหม่ของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เมื่อการแข่งขันไม่ใช่แค่เรื่องการผลิต
วันนี้ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของภูมิภาคเราไม่ได้วัดความสามารถกันเพียงแค่กำลังการผลิตอีกต่อไป คำถามสำคัญในวันนี้คือ ภูมิภาคเราจะสามารถยกระดับความร่วมมือ ออกแบบอย่างมีเป้าหมาย และมีบทบาทในการกำหนดวิถีชีวิต การทำงาน และการเชื่อมโยงของผู้คนได้ลึกซึ้งเพียงใด
การบูรณาการทางเศรษฐกิจของอาเซียน ผสานกับพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน และกรอบความตกลงทางการค้าที่เอื้ออำนวย กำลังสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือระดับภูมิภาคจึงไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนามธรรม แต่เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่ทรงพลังในการสร้างคุณค่าในระยะยาว และเวทีอย่าง MIFF กำลังสะท้อนทิศทางใหม่นี้อย่างชัดเจน โดยเป็นเวทีที่เชื่อมศักยภาพด้านการผลิตเข้ากับนวัตกรรมการออกแบบ และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนของภูมิภาค