
การออกแบบสระว่ายน้ำ ไม่ใช่เพียงแค่การขุดดินแล้วเทปูน แต่มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ตั้งแต่การคำนวณโครงสร้างวิศวกรรม การวางระบบหมุนเวียนน้ำ ไปจนถึงการเลือกวัสดุปูผิวเพื่อให้สระออกมามีคุณภาพและได้มาตรฐานในระยะยาว หลายครั้งที่เจ้าของบ้านต้องเผชิญกับปัญหางบบานปลายจากการแก้แล้วแก้อีก เนื่องจากวางแผนไม่รัดกุม ดังนั้นการเลือกจ้างบริษัทรับออกแบบที่มีประสบการณ์สูงจึงเป็นทางออกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงและป้องกันปัญหาปวดหัวได้ดีที่สุด วันนี้เราจึงได้นำข้อมูลเจาะลึกเรื่องงบประมาณและเทคนิคการออกแบบสระว่ายน้ำจาก J5 Swimming Pool มาแชร์เพื่อให้คุณวางแผนการลงทุนได้อย่างแม่นยำ
ออกแบบสระว่ายน้ำหนึ่งสระมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกประเภทของสระ เราต้องเข้าใจก่อนว่าโครงสร้างราคาของสระว่ายน้ำหนึ่งสระประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนหลัก ซึ่งแต่ละส่วนจะมีสัดส่วนงบประมาณที่แตกต่างกันไปตามเกรดวัสดุและเทคโนโลยีที่เลือกใช้ดังนี้
ค่าโครงสร้างและงานวิศวกรรมงานโครงสร้างถือเป็นหัวใจหลักที่กินงบประมาณสัดส่วนใหญ่ที่สุด โดยทั่วไปสำหรับสระคอนกรีตจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 15,000-25,000 บาทต่อตารางเมตร ครอบคลุมตั้งแต่การขุดดิน งานลงเสาเข็มเพื่อป้องกันการทรุดตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ดินอ่อนอย่างกรุงเทพฯ ไปจนถึงการหล่อคอนกรีตเสริมเหล็กและงานฉาบปรับระดับพื้นผิวให้แข็งแรงทนทานต่อแรงดันน้ำ เพื่อให้อายุการใช้งานยาวนานโดยไม่เกิดรอยแตกร้าวภายหลัง
ค่าออกแบบและงานตกแต่งผิวสระนอกเหนือจากโครงสร้างดิบ งานดีไซน์และวัสดุตกแต่งผิวสระจะเป็นตัวกำหนดความสวยงามและราคาโดยรวม ค่าออกแบบจากสถาปนิกมักเริ่มต้นที่ 20,000-50,000 บาท ส่วนวัสดุปูผิวมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่กระเบื้องเซรามิกราคาประหยัดไปจนถึงกระเบื้องโมเสกหรือหินธรรมชาติที่ราคาจะแตกต่างกันออกไป รวมถึงงานระบบกันซึมคุณภาพสูงที่ต้องทาก่อนการปูกระเบื้องเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเข้าสู่โครงสร้างเหล็ก
ค่าติดตั้งระบบหมุนเวียนและกรองน้ำระบบหมุนเวียนน้ำเปรียบเสมือนระบบฟอกเลือดของสระว่ายน้ำ งบประมาณในส่วนนี้มักอยู่ที่ 50,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทเครื่องกรอง อุปกรณ์มาตรฐานจะประกอบด้วยปั๊มน้ำ ถังกรองทราย หรือเครื่องกรองแบบผ้ากรอง รวมถึงการเดินท่อระบบ Skimmer หรือ Overflow ซึ่งการเลือกอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าและค่าสารเคมีในการบำบัดน้ำในระยะยาวได้
ค่าใช้จ่ายในการสร้างสระว่ายน้ำขึ้นอยู่กับอะไรปัจจัยหลักที่ทำให้งบประมาณมีความแตกต่างกันคือขนาดและรูปทรงของสระ นอกจากนี้สภาพดินในแต่ละพื้นที่ก็สำคัญมาก เช่น พื้นที่ดินอ่อนต้องใช้เสาเข็มลึกเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัย รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมอย่างระบบไฟ LED ใต้น้ำ น้ำตก หรือระบบจากุซซี่ ล้วนเป็นปัจจัยที่เจ้าของบ้านต้องนำมาพิจารณาประกอบการวางงบประมาณ
เปรียบเทียบชัด ๆ ออกแบบสระว่ายน้ำระบบเกลือ vs คลอรีน เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?คำถามยอดฮิตสำหรับคนทำสระคือจะเลือกระบบบำบัดน้ำแบบไหนดี? ระหว่างระบบคลอรีนแบบดั้งเดิมกับระบบเกลือที่กำลังมาแรง ซึ่งทั้งสองระบบมีจุดเด่นและต้นทุนการลงทุนที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ระบบคลอรีนระบบคลอรีนโดดเด่นเรื่องงบประมาณเริ่มต้นที่ประหยัดที่สุดและดูแลรักษาง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่หรือผู้ที่มีงบประมาณจำกัด โดยอาศัยการเติมสารเคมีคลอรีนลงในน้ำโดยตรงเพื่อฆ่าเชื้อโรคและตะไคร่น้ำ แม้ค่าติดตั้งระบบจะถูกกว่า แต่จะมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องจากการซื้อสารเคมีมาเติมเป็นประจำ และอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังหรือดวงตาได้มากกว่าหากค่า pH ไม่สมดุล
ระบบเกลือการออกแบบสระว่ายน้ำระบบเกลือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยใช้เครื่องผลิตคลอรีนอัตโนมัติ (Salt Chlorinator) เปลี่ยนเกลือบริสุทธิ์ให้กลายเป็นคลอรีนธรรมชาติ แม้จะมีค่าติดตั้งเครื่องมือสูงกว่าระบบคลอรีน แต่ได้น้ำที่อ่อนโยนต่อผิวพรรณ ไม่แสบตา และไม่มีกลิ่นฉุน ที่สำคัญคือค่าเกลือมีราคาถูกกว่าสารเคมีคลอรีนหลายเท่าตัว ช่วยให้คุณประหยัดค่าบำรุงรักษารายเดือนได้มากกว่า
สรุปบทความการลงทุนออกแบบสระว่ายน้ำมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันตามขนาด วัสดุ และระบบบำบัดน้ำที่คุณเลือก สำหรับผู้ที่เน้นประหยัดงบเริ่มแรก ระบบคลอรีนและสระทรงสี่เหลี่ยมคือคำตอบ แต่หากเน้นสุขภาพและความคุ้มค่าระยะยาว สระระบบเกลือถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนโครงสร้างให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้คุณได้สระว่ายน้ำที่สวยงามและใช้งานได้ยาวนานอย่างไร้กังวล