
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชูบริการสุขภาพต้องไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมเปิดหน่วยบริการส่งเสริมสุขภาพต้นแบบสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Clinic) และหลักสูตรการให้บริการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เตรียมเปิดบริการเพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และนครสวรรค์ ในปี 2569
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญ ด้านความเสมอภาคทางสังคม มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพ และเข้าถึงบริการสุขภาพทุกกลุ่มวัย จากข้อมูลของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2567 คาดประมาณ ประชากรผู้มีความหลากหลายทางเพศ มีจำนวนประมาณ 1.6 ล้านคน และคาดการณ์ในอีก 15 ปีข้างหน้า อัตราความชุกของประชากรผู้มีความหลากหลายทางเพศ จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ทั้งนี้ การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพของผู้มีความหลากหลายทางเพศยังมีอุปสรรค เช่น ทัศนคติและมุมมองในสังคม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพ กรมอนามัยคำนึงถึงความแตกต่างด้านอัตลักษณ์ทางเพศเพศวิถี และบริบททางสังคมอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ จึงพัฒนารูปแบบการให้บริการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการและปัญหาอย่างแท้จริง

แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้จัดทำหลักสูตรการให้บริการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์จัดบริการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพราะผู้มีความหลากหลายทางเพศ จะมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในหลายด้าน ทั้งสุขภาวะทางกาย ใจ และสังคม ซึ่งปัญหาเหล่านี้หากทิ้งไว้ระยะยาว พร้อมทั้งเปิดหน่วยบริการส่งเสริมสุขภาพต้นแบบสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Clinic) ที่เท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ จำนวน 3 แห่ง ในปี 2569 ได้แก่ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี และศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ที่เน้นให้บริการที่ตอบโจทย์และปัญหาด้านสุขภาพ เช่น การให้คำปรึกษาการใช้ฮอร์โมน ฉีดวัคซีน HPV ให้คำปรึกษาสุขภาพทางเพศที่ปลอดภัย ให้คำปรึกษาด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น และจะขยายต้นแบบให้ครบทั้ง 12 เขตสุขภาพ ในระยะถัดไป
แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า การพัฒนาหน่วยบริการส่งเสริมสุขภาพต้นแบบสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Clinic) นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรมอนามัย กับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิเช่น กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มูลนิธิซิสเตอร์ และภาคประชาชน เป็นต้น เพื่อให้สถานพยาบาลทั่วประเทศมีแนวทางปฏิบัติเดียวกันในการดูแลกล่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และมีความเข้าใจเรื่อง Gender sensitivity เพราะการไม่เลือกปฏิบัติ คือ สิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม