
ADVICE โชว์ผลงานปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง กำไรพุ่ง 15% แตะ 267 ล้านบาท รายได้ทะลุ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยบอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผล 0.185 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 11 มี.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงิน 6 พ.ค. 2569 สะท้อนฐานะการเงินมั่นคง พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ปี 2569 ปักหมุดรายได้โต 20-25% มุ่งขยายฐานลูกค้าระดับพรีเมียมผ่าน iStore เปิดเพิ่มไม่ต่ำกว่า 25 สาขาในปีนี้ ควบคู่การวางแผนสอดรับแนวโน้มอุปกรณ์ที่ทยอยนำ AI มาเพิ่มขีดความสามารถ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นการเปลี่ยนอุปกรณ์ในระยะถัดไป
นายณัฏฐ์ ณัฐนิธิการัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ไอที สมาร์ตโฟน และบริการของประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัท มีกำไรสุทธิ 267.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.89% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 232.45 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 16,580.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.69% จากปีก่อนที่มีรายได้ 14,208.78 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของตลาดสินค้าไอทีและสมาร์ตโฟนอย่างต่อเนื่อง
"ในปี 2568 บริษัทมีกำไรขั้นต้น 1,711.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.46% จากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.32% การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นมาจากการขยายช่องทางค้าปลีก การเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายอุปกรณ์ต่อพ่วง การต่อรองการจัดซื้อสินค้าด้วยเงินสด รวมถึงการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง" นายณัฏฐ์ กล่าว
รายได้จากกลุ่มสมาร์ตโฟนเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Apple ซึ่งบริษัท เป็น Apple Authorized Reseller และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้าน "iStore" ในรูปแบบ Stand Alone Shop โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัท เปิดให้บริการแล้ว 17 สาขาได้แก่ สาขาพิจิตร ระยอง อุดรธานี ขอนแก่น สุรินทร์ เลย สตูล จันทบุรี ตรัง สุโขทัย กระบี่ พะเยา ยโสธร นครพนม เพชรบูรณ์ อำนาจเจริญ และสาขาร้อยเอ็ด
บริษัทตั้งเป้าขยาย iStore ให้ครบ 64 สาขาภายในปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Apple และตลาดสมาร์ตโฟนที่เติบโตสูง ขณะเดียวกัน สินค้าจาก Samsung และแบรนด์ Android อื่น ๆ ยังได้รับแรงหนุนจากการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ โดยบริษัทมุ่งเน้นการจำหน่ายอุปกรณ์เสริมควบคู่กับสินค้าหลัก ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้น
ด้านโครงสร้างรายได้ ณ สิ้นปี 2568 แบ่งเป็นธุรกิจค้าปลีก 70.93% ค้าส่ง 28.17% และบริการ 0.90% บริษัทมีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ 125 สาขา และแฟรนไชส์ 239 สาขา โดยส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด นอกจากนี้ บริษัทยังมีจุดจำหน่ายสมาร์ตโฟนภายในร้าน Advice แบ่งเป็น Android CE 100 สาขา และ Apple CE 67 สาขา
"ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงและอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของการฟื้นตัวและการปรับโครงสร้าง บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าไอทีและบริการที่ทันสมัย ครอบคลุมระบบ Windows, iOS และ Android พร้อมยกระดับคุณภาพบริการเพื่อรองรับความต้องการในยุคดิจิทัลและ AI ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในช่วงดังกล่าว
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป ได้แก่ การสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 การเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เริ่มนำ AI มาเพิ่มขีดความสามารถ ควบคู่กับการขยายเครือข่ายค้าปลีกผ่าน Advice iStore การรุกตลาดสมาร์ตโฟน Android การจัดกิจกรรม Roadshow ทั่วประเทศในปี 2569 และการเปิด Huawei Shop เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและเสริมความสามารถในการแข่งขัน บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างรายได้ กำไร และกระแสเงินสด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน แนวโน้มราคา RAM และ SSD ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี 2568-2569 จากความต้องการชิปหน่วยความจำในธุรกิจ AI และ Data Center ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงและความผันผวน บริษัทติดตามสถานการณ์ด้านต้นทุน เทคโนโลยี และเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาการเติบโตของยอดขายและกำไรอย่างต่อเนื่อง" นายณัฏฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.185 บาท คิดเป็นเงินรวมประมาณ 114.70 ล้านบาท กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 12 มีนาคม 2569 ขึ้น XD วันที่ 11 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 6 พฤษภาคม 2569
สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20-25% จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ พร้อมยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยวางแผนขยาย iStore ให้ครบ 64 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมความพร้อมรองรับแนวโน้ม "AI Upgrade Cycle" ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนอุปกรณ์สมาร์ตโฟนและโน้ตบุ๊กในระยะถัดไป