กทม. เตรียมพร้อมแผนปฏิบัติการฯ รองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 69 บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน-เกษตรกร

ข่าวทั่วไป Thursday February 26, 2026 16:07 —ThaiPR.net

กทม. เตรียมพร้อมแผนปฏิบัติการฯ รองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 69 บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน-เกษตรกร

นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม (สพส.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งของ กทม. และมาตรการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งปี 2569 ว่า สพส. ได้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ รับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำ เพื่อให้สามารถวางแผนการเพาะปลูกพืชและวางแผน การใช้น้ำได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชผัก หรือพืชไร่ที่มีอายุสั้น พืชผักสวนครัว และผักพื้นบ้าน เตรียมความพร้อมในการป้องกันและลดความเสียหายด้านปศุสัตว์และด้านประมง หากเกษตรกรประสบปัญหาให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละด้านทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขและให้ความช่วยเหลือทันที ขณะเดียวกันได้แจ้งเวียน 50 เขต เรื่องแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากเหตุสาธารณภัย ด้านการเกษตร สำนักพัฒนาสังคม พ.ศ. 2569 รวมถึง สพส. ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เยี่ยมเยียมเกษตรกร และประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งในเขตหนองจอก เขตบางขุนเทียน เขตบางแค เขตหนองแขม เขตตลิ่งชัน เขตภาษีเจริญ และเขตบางบอน

ขณะเดียวกัน สพส. ยังได้ส่งเสริมความรู้และให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านการวางแผนเพาะปลูกพืชและทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งอย่างเหมาะสม การฝึกอาชีพในช่วงที่เกษตรกรงดทำการเกษตร เพื่อสร้างรายได้เสริม โดยได้จัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกแตงโม (เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย) หลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี เพื่อให้เกษตรกรทำนาเปลี่ยนมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวนาปี และเพื่อลดการเผาตอซัง ฟางข้าว ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวว่า ในช่วงเดือน ธ.ค. - พ.ค. ของทุกปี ลักษณะสภาพอากาศของประเทศไทยโดยทั่วไป มีสภาพแห้งแล้ง อาจทำให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อทำการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ รวมทั้งปัญหาไฟไหม้หญ้า ถนนทรุดตัว ตลอดจนปัญหาน้ำเค็มเนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก สร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้อนุมัติแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภัยจากภัยแล้งของ กทม. เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัด ตั้งแต่ระยะเวลาก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบ ให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด และในปี 2569 หากได้ทำการประเมินพื้นที่แล้ว และคาดจะประสบปัญหา หรือประสบสถานการณ์ภัยแล้ง กทม. จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กทม. กรณีภัยแล้ง โดยทันที เพื่อเป็นศูนย์กลางในการระดมทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภคต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง หรือเหตุสาธารณภัย สามารถขอความช่วยเหลือมาได้ที่สายด่วน โทร. 199 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวว่า สนน. ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง โดยติดตามปริมาณเก็บกักน้ำ 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ที่ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และปริมาณการเก็บกักน้ำในเขื่อน พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ สำหรับ กทม. มีการบริหารจัดการน้ำ โดยนำน้ำต้นทุนจากแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสายหลัก รวมถึงน้ำที่ผ่านการบำบัดจากโรงบำบัดน้ำเสียของ กทม. เข้ามาถ่ายเทหมุนเวียน เพื่อรักษาระบบนิเวศ และทำการเจือจาง พร้อมปรับปรุงคุณภาพน้ำนคลองพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ และน้ำเพื่อใช้ในด้านการเกษตรกรรมของพื้นที่กรุงเทพฯ โดยการใช้สถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำของ กทม. รวมทั้งการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรต่าง ๆ ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำ และการติดตามเฝ้าระวังการรุกน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจัดเจ้าหน้าที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองต่าง ๆ รวมถึงแผนการควบคุมเปิด-ปิดประตูระบายน้ำตามแนวริมเจ้าพระยาป้องกันไม่ให้น้ำเค็มไหลเข้ามาภายในคลอง ซึ่งอาจจะส่ง ผลกระทบต่อเกษตรกรได้

สำหรับพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ ได้ประสานกรมชลประทานให้ผันน้ำผ่านมาทางคลองสิบสามและคลองต่าง ๆ เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อลดผลกระทบการขาดแคลนน้ำในด้านเกษตรกรรม ปัจจุบันระดับน้ำในคลองสายหลักต่าง ๆ ในพื้นที่ด้านตะวันออกยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนการดำเนินการของ กทม. ในระยะเร่งด่วน ได้ขุดลอกคลองสายรองพร้อมจัดเก็บวัชพืชภายในคลอง เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำในคลอง และช่วยผันน้ำจากคลองสายหลักไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ส่วนแผนระยะยาว กทม. ได้ก่อสร้างทำนบกั้นน้ำ โดยการทดน้ำ หรือเก็กกักน้ำไว้ในคูคลอง ช่วงก่อนที่จะหมดฤดูฝน เพื่อไว้ในช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตหนองจอก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรและมักจะประสบปัญหาความเดือดร้อนในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากน้ำที่นำไปใช้ในการเกษตร อาจจะมีไม่เพียงพอ ดังนั้น สนน. จึงได้ก่อสร้างทำนบกั้นน้ำในพื้นที่เขตหนองจอก เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ประมาณ 1,800,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (100%) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 48,000 ไร่ ซึ่งมีจำนวน 17 แห่ง ปัจจุบันมีปริมาตรน้ำเก็กกักประมาณ 900,000 ลบ.ม. (50%) รวมถึงมีแผนการจัดหาและก่อสร้างแก้มลิง โดยขณะนี้สามารถจัดหาพื้นที่รองรับและเก็บกักน้ำไว้ได้แล้ว จำนวน 38 แห่ง เก็บกักน้ำได้ประมาณ 13.71 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา (ฝั่งพระนคร) จำนวน 35 แห่ง เก็บกักน้ำได้ประมาณ 7.68 ล้านลูกบาศก์เมตร ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา (ฝั่งธนบุรี) จำนวน 3 แห่ง เก็บกักน้ำได้ประมาณ 6.03 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยในปี 2569 คาดว่าจะมีพื้นที่รองรับและกักเก็บน้ำเพิ่มอีก 38,000 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2570 คาดว่าจะมีพื้นที่รองรับและกักเก็บน้ำเพิ่มอีก 162,000 ลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ กทม ได้สนับสนุนน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบบำบัดน้ำเสียรวมขนาดใหญ่ 9 แห่ง ได้แก่ โรงควบคุมคุณภาพน้ำสี่พระยา ช่องนนทรี รัตนโกสินทร์ หนองแขม ทุ่งครุ ดินแดง จตุจักร ศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ และมีนบุรี รวมปริมาณน้ำประมาณ 86,000 ลบ.ม./วัน เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนสามารถนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ ล้างถนน ล้างตลาด หรือนำไปล้างเครื่องจักรภายในโรงงาน ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินการเฝ้าระวังค่าความเค็มและคุณภาพน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพื่อป้องกันปัญหาน้ำเค็มจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์น้ำของประชาชน โดยมีจุดเฝ้าระวังความเค็มและคุณภาพน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและคลอง ได้แก่ (1) แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 9 จุด ดำเนินการจัดเก็บสัปดาห์ละครั้ง (ทุกวันพุธ) (2) คลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกดำเนินการจัดเก็บเดือนละครั้ง ได้แก่ คลองผดุงกรุงเกษม คลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองพระโขนง คลองประเวศบุบรีรมย์ และคลองบางเขน (3) คลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ดำเนินการจัดเก็บเดือนละครั้ง ได้แก่ คลองดาวคะนอง และคลองบางมด พร้อมทั้งจัดทำการรายงานค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองผ่านช่องทางกลุ่มไลน์ "น้ำเค็ม กทม." และ รายงานคุณภาพน้ำทางเว็บไซต์ (Website) https://wqmo.blogspot.com/


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ