"SMO" กำไรปี 68 โตสนั่น 161% YOY เคาะปันผล 0.20 บาท ลุยโรงงานใหม่ อัพกำลังผลิต รับความต้องการตลาดโลกพุ่ง

ข่าวทั่วไป Friday February 27, 2026 17:02 —ThaiPR.net

"กลุ่มสมอทอง" ฟันกำไรปี 68 ที่ 678.89 ลบ. โตแรง 161% รายได้รวม 9,934.55 ลบ. พุ่งกระฉูด 58.67% เคาะจ่ายปันผล 0.20 บาท/หุ้น หลังทั้งยอดขายน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง และรายได้ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ลุยโรงงานใหม่ใน จ.นครศรีธรรมราช อัพกำลังผลิตน้ำมันปาล์มดิบเป็น 390 ตัน รับความต้องการตลาดโลกพุ่ง

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ประกอบการธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทสำหรับปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 678.89 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 419.27 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 161.49% และมีรายได้รวม 9,934.55 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 3,673.45 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 58.67%

โดยการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ และรายได้อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากปีก่อนหน้า บริษัทได้เข้าซื้อบริษัท เอ แอล ปาล์ม จำกัด และเริ่มประกอบธุรกิจภายใต้ SMO ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 นอกจากนี้ปลายปี 2567 โรงงานสาขาท่าชนะ หยุดผลิตชั่วคราว ในขณะที่ปี 2568 โรงงานทุกสาขาของกลุ่มบริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สามารถดำเนินการผลิตและขายได้เพิ่มขึ้นสอดรับกับความต้องการน้ำมันปาล์มดิบที่เติบโตของตลาดโลก จึงเป็นผลให้รายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า

ขณะที่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้นจำนวน 1,287.65 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 90.58 และจากรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ เพิ่มขึ้นจำนวน 18.69 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 80.39 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า โดยการเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากรายได้จากการขายน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 32,933 ตัน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 109.81 รายได้จากการขายเมล็ดในปาล์มอบแห้งเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 7,412 ตัน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 99.08 และที่รายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน

ส่วนแผนการขยายกำลังการผลิตของโรงงานสาขาพนม ปัจจุบันบริษัทติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จ และคาดว่าจะสามารถเดินส่วนการขยายกำลังการผลิตได้ภายในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งจะทำให้โรงงานสาขาพนม มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง จากเดิม 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเท่ากับ 315 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง รองรับฤดูที่ผลปาล์มน้ำมันให้ผลผลิตสูงสุด (Peak Season) ของปี 2569

นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้อนุมัติโครงการลงทุนซื้อที่ดิน และก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ สาขาพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง โดยมีมูลค่าลงทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 960.00 ล้านบาท โดยคาดการณ์ระยะเวลาในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรใช้ระยะเวลารวมประมาณ 18-20 เดือน และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินการผลิตได้ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2571

ภายหลังโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบข้างต้นก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินการผลิต จะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้กำลังการผลิตของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 390 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เมื่อนับรวมกำลังการผลิตของสาขาพนม ที่จะเพิ่มขึ้นภายในเดือนเมษายน 2569 นี้

โดยการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของกลุ่มบริษัทจะส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีสินค้าสำหรับขายมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกปัจจุบันที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงข้อมูลจากข้อมูลสำนักเศรษฐกิจการเกษตร 5 ปีย้อนหลัง พบว่าความต้องการน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ร้อยละ 2.09 ดังนั้นการขยายธุรกิจด้วยการลงทุนซื้อที่ดินและก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ สาขาพระพรหม จะช่วยให้กลุ่มบริษัทมีโอกาสในการสร้างผลการดำเนินงานได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

โดยที่อัตราส่วนการวิเคราะห์ทางงบการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยสำหรับปี 2568 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อัตราส่วนสภาพคล่องที่ 1.80 เท่า อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 0.47 เท่า และอัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR) ที่ 16.59 เท่า โดยอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่งดังกล่าว เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO)

ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลระเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยแบ่งเป็นการจ่ายจากกำไรสะสมส่วนที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในอัตรา 0.11 บาทต่อหุ้น และจ่ายจากกำไรสะสมส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (Non-BOI) ในอัตรา 0.09 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 และจ่ายปันผลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ