
บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ หรือ MASTER ชี้ตลาดเสริมความงามปีก่อนท้าทายรอบด้าน คาดปีนี้แนวโน้มฟื้น พร้อมรายงานกำไรปี 2568 อยู่ที่ 198 ล้านบาท รายได้อยู่ที่ 1,884 ล้านบาท แม้หัตถการศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมจมูก และศัลยกรรมดูดไขมันชะลอตัว แต่รายได้ปลูกผมและดูแลเส้นผม - ดูแลผิวพรรณเติบโต พร้อมระบุบอร์ดปันผล 0.40 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 มี.ค. นี้
นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ผู้นำอันดับต้นของอุตสาหกรรมด้านความงามในไทยและเอเชีย ในฐานะ Regional Company เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมศัลยกรรมและเสริมความงามเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การแข่งขันที่รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดาเนินงานและต้นทุนของบริษัท โดยฝ่ายจัดการได้วิเคราะห์สภาวะอุตสาหกรรมที่มีนัยสำคัญดังนี้
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 198 ล้านบาท และมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 1,884.84 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ขณะที่รายได้ลดลงในหัตถการ ศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมจมูก และศัลยกรรมดูดไขมัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และมีการแข่งขันที่รุนแรงในด้านราคาของหัตถการดังกล่าว จึงทำให้ยอดขายลดลง แต่อย่างไรก็ตามบริษัทมียอดขายที่สูงขึ้นใน รายได้จากการปลูกผมและดูแลเส้นผมจำนวน 20.67 ล้านบาท และ รายได้จากการดูแลผิวพรรณ เพิ่มขึ้นจำนวน 9.38 ล้านบาท
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัท มีกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 24.78 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 เนื่องจาก รับรู้ขาดทุนจากบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเกิดจากการับรู้ PPA (Purchase Price Allocation) หรือการปันส่วนราคาซื้อเต็มจำนวน และมีการขยายสาขาเพิ่มเติม โดยล่าสุดแนวโน้มรายได้เติบโตในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเรามองว่าหากรายได้ยังมีแนวโน้มดีแบบนี้จะสามารถมีกำไรได้ในปี 2569 และ บริษัท คิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มีกำไรลดลง เนื่องจาก การชะลอตัวของกลุ่มธุรกิจโฆษณา และกลุ่มมอสังหาริมทรัพย์
นางสาวลภัสรดา กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2569 โดยบริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์เชิงรุก ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนศักยภาพการดำเนินงานของธุรกิจ
นางสาวประภาวรินท์ ลองงาม เป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท สำหรับหุ้นจำนวน 301,711,736 หุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น120,684,694.40 บาท ทั้งนี้ บริษัทฯ จะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 มีนาคม 2569 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 17 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม การได้รับเงินปันผลดังกล่าวต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569