
บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX ประกาศผลงานปี 2568 พุ่งชนเป้ารายได้อย่างสำเร็จ อยู่ที่ 47,393 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 13.1% กำไรสุทธิ 769 ล้านบาท เติบโต 22.65% โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่ม Apple, AI Smartphone, Wearable/Smart Watch และ Gaming & Gadget โดยเฉพาะการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในช่วงกลางปี ควบคู่การต่อยอดสู่โซลูชันครบวงจร ทั้ง Software & Cloud และ Solar Energy ที่ช่วยขยายพอร์ตสินค้าและบริการครอบคลุมความต้องการลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทประกาศเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 53,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายพอร์ตโซลูชัน เพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง รับเมกะเทรนด์เทคโนโลยีโลกใหม่ ได้แก่ AI, Cloud Infrastructure, Smart Devices และ Solar Energy เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX กล่าวถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 ของบริษัทสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย และเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้แรงกดดันด้านกำลังซื้อและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการเชื่อมต่อข้อมูลที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและองค์กรที่เร่งลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สอดรับกับเมกะเทรนด์ด้าน AI, Cloud และ Digital Infrastructure สนับสนุนให้ ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 47,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,489 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13.1 จากปีก่อนหน้า
ในด้านการดำเนินงาน บริษัทได้ยกระดับประสิทธิภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผลักดันกลยุทธ์ Cross-selling การนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานหลัก การพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึงการลงทุนในระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ (Smart Warehouse) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโลจิสติกส์และเพิ่มความสามารถในการรองรับการเติบโตในอนาคต จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.65 จากปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการสร้าง Operating Leverage ที่ชัดเจน
สำหรับทิศทางปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 53,000 ล้านบาท จากการเติบโตของสินค้าไอทีและเทคโนโลยี โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มเอนเทอร์ไพรส์และคอมเมอร์เชียลให้เติบโต ร้อยละ 20 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ปรับพอร์ตสินค้า (Product mix) ไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ควบคู่กับการขยายธุรกิจ Software & Cloud, Data Center และ Solar Energy Solution ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ สอดรับกับกระแส AI การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และแนวโน้มความยั่งยืน
ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลัง (งวดผลการดำเนินงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2568) ในอัตราหุ้นละ 0.38 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ก่อนหน้านี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท ส่งผลให้บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมสำหรับปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.48 บาท