We Are Social Thailand ได้ส่งสัญญาณเตือนแรงๆ ในงาน "Stepping into the Future Worth Talking About" ว่าถ้าแบรนด์ยังหาทางเข้าหาผู้คนแบบเดิมๆ เตรียมตัวโดนอัลกอริทึมเตะทิ้งได้เลย เพราะตอนนี้เราได้ก้าวเข้าสู่ "Intimacy Economy" ยุคที่ความใกล้ชิดคือแต้มต่อเดียวที่เงินซื้อไม่ได้
พร้อมชี้ให้เห็นว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Sports, Gaming และ Music จะไม่ได้เป็นแค่ช่องทางความบันเทิง แต่จะกลายเป็น 'Economic Engines' ที่ขับเคลื่อนมูลค่ามหาศาลได้ด้วยตัวเอง และทางรอดเดียวของแบรนด์คือการสร้าง "Intimacy Economy" หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความใกล้ชิดในระดับ DNA ของแต่ละกลุ่ม
ภายในงานได้รับเกียรติจากตัวจริงในอุตสาหกรรมอย่าง Garena, PepsiCo, Marshall (ASH-Asia International) และ วงการปั้นอุตสาหกรรม Soft Power มาร่วมแชร์มุมมองที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องการตลาด แต่คือการร่วมสร้างและขับเคลื่อน" แบรนด์ให้เติบโตไปพร้อมกับคอมมูนิตี้
คุณปัฐวีร์ อภิวัชรเจริญสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ We Are Social Thailand กล่าว "เราเลิกคุยเรื่อง Reach กันนานแล้ว เพราะยอดวิวที่ไม่มีใครจำได้ มันไม่มีค่า"
โจทย์วันนี้คือจะทำยังไงให้แบรนด์เข้าไปอยู่ใน DNA ได้แบบไม่ขัดตา ซึ่งวันนี้ We Are Social ได้ ให้ The Cultural Power Loop: 4 ท่าไม้ตายในการคุมเกมยุคใหม่ ที่พิสูจน์แล้วว่า 'ทำได้จริง' ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในกระดาษ
พร้อม Decoding the Business of Passion สั้นๆ จากทั้ง 4 แบรนด์ที่มาร่วมถอดรหัสความแข็งแกร่งของแต่ละ Movement ผ่านมุมมองเชิงกลยุทธ์:
- PepsiCo เติบโตผ่านอัลกอริทึมของ "สมองและกล้ามเนื้อ" โดยใช้ Big Data เป็นส่วนสมองเพื่อชี้เป้าสมรภูมิที่ควรลงไปเล่น และใช้พลังของ "ผู้คน" เป็นกล้ามเนื้อที่กำหนดจังหวะการเข้าทำอย่างมีชั้นเชิง แบรนด์ก้าวข้ามกับดักของกระแสฉาบฉวย เพื่อมุ่งสร้าง "โครงสร้างความจดจำ" ที่ถาวรผ่านความต่อเนื่องและความอดทน โดยเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงสินค้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผ่าน "การร่วมสร้างสรรค์" (Co-creation) กับผู้บริโภคในระดับรากเหง้า
- Garena กลไกเศรษฐกิจในโลกเกมคือการเกื้อกูลกันระหว่าง "ผู้ซื้อ" (Payers) และ 'ผู้เล่นฟรี' (Free Users) โดยผู้ซื้อหลายคนจ่ายเพื่อแลกกับอัตลักษณ์ภายในเกมและสถานะทางสังคม แต่คุณค่าทางอารมณ์เหล่านั้นนั้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่ออยู่ท่ามกลางชุมชนผู้เล่นจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นสายฟรีที่สร้างการมีส่วนร่วมภายในคอมมูนิตี้ด้วยเวลาและความสนใจของพวกเขา ผู้เล่นทั้งสองกลุ่มมีความสำคัญในฐานะผู้ที่ขับเคลื่อนประสบการณ์ทางสังคมร่วมกัน กลยุทธ์ของ Garena จึงเน้นที่การสร้างและสนับสนุนคอมมูนิตี้ผู้เล่นในฐานะผู้ร่วมสร้างสรรค์ เมื่อพวกเขาได้สร้างสิ่งที่มีคุณค่ากับตัวเองและชุมชนบนเกมที่พวกเขาชื่นชอบ ผู้เล่นจะกลายเป็น "พันธมิตร" (Partners) ที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศของเกมในระยะยาว
- Soft Power ต้องถูกยกระดับจากสินค้าส่งออกให้กลายเป็น "ระบบปฏิบัติการมวลรวม" (Total Operating System) และเป็นเครื่องยนต์หลักของชาติ มากกว่าจะเป็นเพียงแคมเปญชั่วคราว โครงสร้างพื้นฐานนี้คือฐานรากที่แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการขยายตัวได้ภายใต้มาตรฐานสากล โดยใช้ "ความจริงแท้เป็นเกราะป้องกัน" (Authenticity is the Shield) เพราะในโลกที่ทุกอย่างเลียนแบบกันได้ สิ่งที่นักลงทุนและผู้บริโภคทั่วโลกโหยหาคือคุณค่าที่หาจากที่ไหนไม่ได้นอกจาก "ความเป็นไทยที่แท้จริง" เท่านั้น
- Marshall สร้างความเข้มแข็งด้วยการเป็น "ฟันเฟืองสำคัญ" ที่ฝังตัวอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีตั้งแต่การทำงานเบื้องหลัง (Backstage) ไปจนถึงห้องซ้อมในจุดที่แบรนด์อาจไม่ได้ถูกมองเห็นด้วยตาเสมอไป แบรนด์ก้าวข้ามมิติของฟังก์ชันทางเทคนิคสู่การเป็นสัญลักษณ์แห่ง "สถานะทางสังคม" ที่ผู้คนโหยหาเพียงเพราะความเชื่อที่ว่า "ต้องเป็น Marshall เท่านั้น" โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งที่สุดระหว่างท่วงทำนองที่ผู้คนหลงรักกับช่วงเวลาส่วนตัวที่สำคัญที่สุดของพวกเขา
ในช่วงท้าย คุณภัทรพงศ์ นิติการ (Patt Nitikarn) กรรมการผู้จัดการบริษัท กล่าวว่า "คุณไม่มีทางสร้างความหมายในใจผู้คนได้ด้วยแคมเปญสั้นๆ 30 วัน แต่ต้องการ 'Engine' ที่จะขับเคลื่อนตัวเองให้หมุนไปพร้อมกับผู้คนและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน" ซึ่งโมเดล Cultural Content Engine เป็นโซลูชันที่รวมเอา AI-driven intelligence, การผลิต Content แบบ Always-on และระบบ Social Selling เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนความใกล้ชิด (Intimacy) ให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง
อ่านรายงาน Think Forward Report 2026 ต่อได้ที่ https://wearesocial.com/th/blog/2026/01/think-forward-2026/