บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย

ข่าวเศรษฐกิจ Monday March 2, 2026 16:57 —ThaiPR.net

บีโอไอจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนากลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการ Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Local Content ในโครงการลงทุน การส่งเสริมกลไกร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสงครามและโลกการค้ายุคใหม่

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้นำคณะผู้บริหารบีโอไอเข้าพบและหารือกับนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคอุตสาหกรรม และรับฟังปัญหาในภาคปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำข้อเสนอไปพัฒนาเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไทยได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวรับมือกับภาวะสงครามตะวันออกกลางและโลกการค้ายุคใหม่

นายนฤตม์ กล่าวว่า ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานกำลังเผชิญการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมไทยควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนใหม่ โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ และเชื่อมโยงนักลงทุนต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต พัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยี และเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ได้อย่างมั่นคง โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องแนวทางความร่วมมือ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

  • ผลักดันกลไก "Made in Thailand และเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content)" โดยเฉพาะวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการจากผู้ประกอบการไทย โดยบีโอไอจะพิจารณาใช้เครื่องมือสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อจูงใจให้เกิดการใช้ Local Content มากขึ้น ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเสริมสร้างความเข้มแข็งของซัพพลายเชนภายในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาบีโอไอได้ออกมาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว และอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับ ส.อ.ท. เพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านหลักเกณฑ์ กระบวนการ และการเชื่อมโยงผู้ผลิตในประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมไทย
  • ผลักดันกลไก "การร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจไทย-ต่างชาติ" เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างนักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการไทย ผ่านรูปแบบการร่วมทุนและการจับคธุรกิจ อันจะนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่การเป็น Local Champion ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  • ยกระดับ "ผู้ประกอบการไทย" ให้สามารถแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล AI หรือเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการเงินจากบีโอไอ ควบคู่กับการสนับสนุนสินเชื่อพิเศษจากธนาคารที่เป็นพันธมิตร อีกทั้งจะเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงมาตรการนี้ ผ่าน ส.อ.ท. ทั่วประเทศด้วย
  • นายนฤตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "บีโอไอพร้อมเดินหน้ารับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิดและเร่งออกแบบกลไกสนับสนุนที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจในภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยและ SMEs ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานของประเทศ ทั้งนี้ บีโอไอมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนใหม่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้การลงทุนสร้างประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง"

    ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า "ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับความชัดเจน ความต่อเนื่องและความรวดเร็วของมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะแนวทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้ Local Content และเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบการร่วมทุนระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคการผลิตไทยอย่างเป็นรูปธรรม

    ในสถานการณ์ที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับสากลได้อย่างมั่นคง การสร้างระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จะช่วยให้ประเทศไทยไม่เพียงเป็นฐานการผลิต แต่เป็นฐานการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระยะยาว ส.อ.ท. พร้อมทำงานร่วมกับบีโอไออย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมในภาคปฏิบัติ และผลักดันกลไกสนับสนุนที่ช่วยยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและ SMEs ให้สามารถแข่งขันได้"

    การหารือระหว่างบีโอไอและ ส.อ.ท. ครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือเชิงรุกระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ในการร่วมกันพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ และยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ