ภาครัฐเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ด้วยมาตรการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) พร้อมมอบสิทธิลดหย่อนภาษี เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน และกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในภาคธุรกิจ โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 แบ่งสิทธิลดหย่อนออกเป็น 2 รูปแบบ
มาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายใต้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
Huawei Inverter 10K-MAP0 อุปกรณ์เดียวที่ได้รองรับมาตรการภาครัฐ
อุปกรณ์เครื่องเดียวที่ตอบโจทย์เงื่อนไขของมาตรการดังกล่าวคือ Huawei Inverter รุ่น 10K-MAP0 ซึ่งเป็นแบรนด์และรุ่นเดียวที่ได้รับ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว สะท้อนถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความคุ้มค่าในการใช้งาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และรองรับการใช้งานทั้งในภาคธุรกิจและภาคที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ เครื่อง Inverter ต้องใช้งานร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ซึ่งถ้าได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว เช่นกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบและความคุ้มค่าในการลงทุนได้มากยิ่งขึ้น ระบบดังกล่าวสามารถออกแบบและติดตั้งได้ตั้งแต่ขนาด 10 kWp ไปจนถึง 30 kWp เหมาะสำหรับธุรกิจ SME อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก และบ้านขนาดใหญ่ ที่ต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
ส่งเสริมพลังงานสะอาด ลดค่าไฟระยะยาว
มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับ Solar Rooftop ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจและประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต การติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปยังช่วยให้ผู้ใช้งาน เริ่มประหยัดค่าไฟฟ้าได้ทันทีหลังจากระบบเริ่มผลิตไฟฟ้า เมื่อระบบสามารถสร้างผลประหยัดได้จริงในระยะยาว ผู้ติดตั้งจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มี ประสิทธิภาพสูง ได้มาตรฐาน และผ่านการรับรองตามเงื่อนไขของมาตรการภาครัฐ เพื่อให้ได้รับทั้งประโยชน์ด้านการลดค่าไฟและสิทธิประโยชน์ทางภาษีควบคู่กันอย่างเต็มประสิทธิภาพ