กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีน

ข่าวทั่วไป Monday March 16, 2026 15:51 —ThaiPR.net

กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีน

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในประชาชนทุกกลุ่ม หลังมีข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุในปี 2569 มีแนวโน้มพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อาจสูงกว่าปีที่ผ่านมาว่า สนพ. ได้เตรียมมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงภัยสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาด พร้อมทั้งดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค จัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย จัดเตรียมวัคซีนป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่และให้บริการเชิงรุกในการให้ความรู้ เช่น การจัดกิจกรรม นิทรรศการ แก่ประชาชนที่มารับบริการและประชาชนในพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาล ให้ตระหนักถึงการดูแลและป้องกันสุขภาพของตนเอง

สำหรับการให้บริการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 สิทธิประกันสังคมสำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ชนิด 3 สายพันธุ์ กำหนดสิทธิ ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 69 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด ณ สถานพยาบาลตามสิทธิการรักษาพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ซึ่งกลุ่มเสี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง คือ เด็กที่มีอัตราการป่วยสูงและผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิต จึงขอเน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อใกล้ชิดกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และเด็กเล็ก ส่วนผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง เช่น โรงพยาบาล สถานที่แออัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย และควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกัน หรือลดความรุนแรงของอาการป่วย

ขณะเดียวกัน สนพ. ได้เตรียมพร้อมระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้การวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรคนั้น ๆ จัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย จัดเตรียมวัคซีนป้องกันควบคุมโรคตามฤดูกาล ได้แก่ โรคโควิด 19 โรคหัด โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาว พร้อมจัดเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับการป้องกันและรักษาโรค ตั้งจุดคัดกรองด้านหน้าทางเข้าโรงพยาบาล ตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือให้กับประชาชนที่มารับบริการที่โรงพยาบาล ควบคู่กับการรณรงค์ส่งเสริมความรู้ให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และประชาชนกลุ่มเสี่ยง สร้างความเข้าใจ ย้ำเตือนประชาชนต้องระมัดระวัง ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย และครบ 5 หมู่ สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ดื่มน้ำมาก ๆ ล้างมือให้สะอาด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่มีโรคประจำตัว พร้อมให้ความรู้ ข้อแนะนำ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจะเน้นการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันโรคเบื้องต้นตามชุมชน สถานที่ที่มีคนแออัด

หากสงสัยในอาการเจ็บป่วยสามารถพบแพทย์ผ่านทาง Telemedicine แอปพลิเคชัน "หมอ กทม." เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพ โทร. HOTLINE 1646 สายด่วนสุขภาพ สนพ. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-28 ก.พ. 69 จากระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของ กทม. พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 14,733 ราย คิดเป็นอัตราป่วยสะสม 270.08 รายต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิตสะสม 2 ราย กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ ในกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี และ0 - 4 ปี ตามลำดับ โดยในปี 2569 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ. จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง พบว่าสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง คิดเป็น 3.86 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่าจำนวนผู้ป่วยต่ำกว่าปี 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน โดย กทม. ได้ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักให้ประชาชนทุกกลุ่มได้มีความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาพ สุขอนามัยส่วนบุคคล และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองด้วย โดยเฉพาะการล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัด หรือเมื่อมีอาการเจ็บป่วย เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและแพร่เชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงเชื้อโรคต่าง ๆ และแนะนำฉีดวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ลดอาการเจ็บป่วยรุนแรง และความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรค โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลการระบาดของโรค ซึ่งเชื้อไวรัสต่าง ๆ สามารถแพร่กระจายได้มากขึ้น

นอกจากนี้ สนอ. ได้เตรียมความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค. 69 จะมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ชนิด 3 สายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัคซีนที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนให้กับคนไทยแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ ประกอบด้วย หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป (ให้บริการฉีดตลอดทั้งปี) เด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปีทุกคน ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน บุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) และผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ โดยสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนที่สถานพยาบาลใกล้บ้านที่สะดวกได้ สำหรับศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ทั้ง 69 แห่ง ได้เตรียมความพร้อมระบบบริการทางการแพทย์ เพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ เตรียมแถบ Rapid Test สำหรับวินิจฉัยโรค เตรียมยารักษาโรคตามแนวทางการรักษาโรค พร้อมทั้งกำชับให้บุคลากรเฝ้าระวังการระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ