'พรินซิเพิล' ต่อยอดความสำเร็จ Signature Fund Series เปิดตัวกองทุนเปิด 'ซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท' ลงทุนสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก

ข่าวทั่วไป Monday March 23, 2026 11:16 —ThaiPR.net

'พรินซิเพิล' ต่อยอดความสำเร็จ Signature Fund Series เปิดตัวกองทุนเปิด 'ซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท' ลงทุนสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก

สร้างพอร์ตเติบโตและกระแสเงินสดสม่ำเสมอ คาดหวังผลตอบแทนรวมในระยะยาว 8-10% ต่อปีในสกุลเงิน USD เสนอขายครั้งแรก 23 มี.ค.-3 เม.ย.นี้

บลจ. พรินซิเพิล ต่อยอดความสำเร็จ Signature Fund Series เปิดตัวกองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท (SIGNATURE GINGRO) กระจายการลงทุนทั่วโลก ในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เพื่อสร้างพอร์ตลงทุนเติบโตควบคู่กับการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ คาดหวังผลตอบแทนรวมในระยะยาว 8-10% ต่อปี ในสกุล USD เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก วันที่ 23 มี.ค.-3 เม.ย.นี้

นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัวกองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม (SIGNATURE GINCOME) เมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลกเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตลงทุน และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุน

ล่าสุดได้ต่อยอดความสำเร็จของกองทุน Signature Fund Series โดยเปิดตัว "กองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท" หรือ Signature Global Dynamic Income and Growth Fund (SIGNATURE GINGRO) โดยกองทุนหลักมีนโยบายกระจายการลงทุนทั่วโลกในสินทรัพย์หลากหลายเช่น หุ้น, ตราสารหนี้, สินทรัพย์ทางเลือก ผ่านการลงทุนใน ETF ที่ครอบคลุมหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและหลายประเทศ เน้นการปรับพอร์ตแบบ Dynamic Allocation ทำให้การบริหารเงินลงทุนมีความยืดหยุ่น ทันต่อทุกสภาวะตลาด ภายใต้การผสานความเชี่ยวชาญของทีม CIO จาก CIMB ร่วมกับ Principal ที่มีความเชี่ยวชาญการบริหารระดับโลก เพื่อสร้างพอร์ตลงทุนเติบโต ควบคู่กับการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ มุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนรวมในระยะยาว 8- 10% ต่อปีในสกุลเงิน USD พร้อมทั้งจ่ายกระแสเงินสดสม่ำเสมอประมาณ 4-4.5% ต่อปีในสกุลเงิน USD

บลจ. พรินซิเพิล มีมุมมองการลงทุนในปี 2026 ต่อตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัว จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน AI การลดภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาช่วยสนับสนุนการบริโภคภาคครัวเรือนและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะประเทศที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสูง อย่างไรก็ตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และการล่าช้าของการลดดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนเพิ่มขึ้น

กองทุนเปิด SIGNATURE GINGRO เป็นกองทุนผสมและกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่นำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว โดยมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลัก Signature Dynamic Income and Growth Fund เน้นลงทุนใน ETF (กองทุนรวมที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ทั้งแบบ Active ที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนเหนือดัชนีตลาด และแบบ Passive ที่ลงทุนตามดัชนีเพื่อกระจายการลงทุนอย่างครอบคลุม ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลายมุ่งเน้นการจัดสรรสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับวัฏจักรเศรษฐกิจเพื่อสร้างโอกาสและลดความเสี่ยง

พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีการคัดเลือก ETF ที่มีศักยภาพในการสร้างทั้งกระแสเงินสดและการเติบโต ตัวอย่าง ETF ในพอร์ตการลงทุน อาทิ JPM Global High Yield Corporate Bond Multi-Factor Active ETF ที่ลงทุนในตราสารหนี้ High Yield ทั่วโลกเพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้กลยุทธ์ Multi-Factor คัดเลือกตราสารหนี้จากหลากหลายปัจจัย บริหารเชิงรุกโดย JPMorgan ปรับพอร์ตตามสภาพตลาดเพื่อควบคุมความเสี่ยงและรักษาผลตอบแทนเหนือดัชนี โดยกองทุนมีอัตราผลตอบแทนจนครบกำหนด (YTM) อยู่ที่ 6.67% และมีอายุตราสารหนี้เฉลี่ย 3.16 ปี, กองทุน JPM NASDAQ Equity Premium Income Active UCITS ETF ที่ลงทุนในดัชนี Nasdag-100 เพื่อสร้างการเติบโตให้กับพอร์ตลงทุนในระยะยาว พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์ Covered Call ช่วยสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและลดความเสี่ยง

ผลการดำเนินงานของพอร์ตกองทุนหลักจำลองสะท้อนศักยภาพของกลยุทธ์ โดยสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นและสูงกว่าดัชนีอ้างอิง ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 13.40% ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 14.50% ต่อปี และ 5 ปีอยู่ที่ 10.90% ต่อปี (ดัชนีอ้างอิง 1 ปีอยู่ที่ 12.20% 3 ปีอยู่ที่ 7.90% ต่อปี และ 5 ปีอยู่ที่ 6.70% ต่อปี) สะท้อนความสามารถในการบริหารพอร์ตในทุกช่วงสภาวะตลาด ทั้งช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นและช่วงที่มีความผันผวน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกองทุนในระยะยาวที่ 8%-10% ต่อปี ในสกุลเงิน USD ขณะที่กองทุนหลักตั้งแต่จัดตั้ง 15 ตุลาคม 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน) สร้างผลตอบแทนประมาณ 5.54% (อ้างอิงผลตอบแทนเพิ่มเติมได้ที่: https://www.principal.com.my/en/sdig-usd)

กองทุนเปิด SIGNATURE GINGRO มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท (Greenshoe 15%) โดยเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งเงินบาทหรือดอลลาร์สหรัฐฯ เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) เสนอขายวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2569 ทั้งนี้สำหรับ SIGNATURE GINGRO-R เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนเป็น "สกุลเงินบาท" โดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนในกรณีที่เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่ำเมื่อเทียบกับดอลลำร์สหรัฐฯ จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และสำหรับ SIGNATURE GINGRO-USD-R (สามารถทำรายการซื้อตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569) เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนเป็น "สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ" โดยผลตอบแทนจากการลงทุนใกล้เคียงกับกองทุนหลัก และไม่ต้องการรับความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อขั้นต่ำ 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

ผู้สนใจติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ บลจ. พรินซิเพิล โทร. 02-686-9500 หรือ www.principal.th นอกจากนี้สามารถเปิดบัญชีและทำรายการซื้อผ่าน Principal TH Mobile App สามารถดาวน์โหลดที่ App Store และ Google Play

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า(กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนไทย SIGNATURE GINGRO ตั้งเป้าหมายสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยจะพิจารณารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption) เป็นรายเดือน และจ่ายจากเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนหลักหลังหักค่าใช้จ่าย ทั้งนี้การพิจารณารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption) จะขึ้นอยู่กับการจ่ายเงินปันผลของกองทุนหลัก และจะเริ่มดำเนินการจ่ายเมื่อกองทุนหลักมีการจ่ายเงินปันผล ผู้ลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติของหน่วยลงทุนได้ที่ www.principal.th / กองทุนมิได้รับประกันอัตราผลตอบแทน อัตราดอกเบี้ยและอัตราการจ่ายปันผล / กองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุนต่างประเทศ บริษัทจัดการอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม จึงอาจยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหลืออยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น / กองทุนมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน /

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติของหน่วยลงทุนได้ที่ www.principal.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ