เดินหน้า SACIT Craft Collection 2026 ยกเครื่องศิลปหัตถกรรมไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก

ข่าวทั่วไป Wednesday March 25, 2026 10:11 —ThaiPR.net

เดินหน้า SACIT Craft Collection 2026 ยกเครื่องศิลปหัตถกรรมไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (สศท.) หรือ SACIT เดินหน้ายกระดับวงการงานคราฟต์ โชว์ความสำเร็จ SACIT Craft Collection 2026 พร้อมลุยเครื่องเดินหน้ารับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยผนึกกำลังกูรูชั้นนำร่วมยกระดับงานคราฟต์ไทยให้โดดเด่น ด้วยการผสานภูมิปัญญาเชิงช่างชั้นครูเข้ากับดีไซน์ล้ำสมัย และสะท้อนแนวคิดความยั่งยืนในหลากหลายมิติ เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์สากล มั่นใจช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และดันยอดส่งออกปี 2569 ให้พุ่งทะลุเป้า

เดินหน้า SACIT Craft Collection 2026 ยกเครื่องศิลปหัตถกรรมไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก

ผศ.ดร. อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการระดมสมองผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปหัตถกรรมไทยในทุกสาขา เพื่อจัดทำการรับรองผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้มีรูปแบบการสร้างสรรค์ที่เป็นสากล และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่มองหาสินค้าหัตถกรรมที่มีความสวยงาม โดดเด่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

สำหรับปี 2569 SACIT ได้สานต่อความสำเร็จ เดินหน้าจัดทำการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ ยอมรับ และเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ได้รับการรับรอง ภายใต้ SACIT Craft Collection เป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และใช้ประโยชน์ได้จริงในปัจจุบันอย่างร่วมสมัย รวมทั้งส่งเสริมให้การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection เป็นที่ยอมรับ และสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รวมทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงจุดเด่นของการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection ที่เหนือกว่าการรับรองผลิตภัณฑ์ทั่วไป มุ่งเน้น "การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการยอมรับในระดับสากล" ไม่ได้เป็นเพียงการรับรองคุณภาพการผลิตพื้นฐาน แต่เป็นการคัดสรร และจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมตามคุณค่าเฉพาะตัวเพื่อตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่

โดยผลิตภัณฑ์ภายใต้ SACIT Craft Collection 2025 ทั้ง 3 ประเภท ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 จำนวน 55 แบรนด์ สามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายรวมได้สูงถึง 13,791,676 บาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection ไม่ใช่เพียงแค่การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา และขับเคลื่อนศิลปหัตถกรรมไทยให้มีความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม และสะท้อนความสำเร็จ

การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection แบ่งกลุ่มตามคุณค่าและอัตลักษณ์การรับรองออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ 1. Master Craft หรือหัตถศิลป์ระดับประเทศ ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ชั้นครู สะท้อนฝีมืออันประณีต การเก็บรักษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงการเชิดชูภูมิปัญญา ซึ่งสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อันควรค่าแก่การยกระดับและสืบทอด 2. Trendy Craft : นวัตศิลป์เพื่อตอบสนองความต้องการของปัจจุบันและอนาคต ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ต่อยอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาดั้งเดิม ด้วยวัสดุ รูปแบบการใช้งาน และภาพลักษณ์ใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตตรงกับความต้องการ รสนิยมของผู้คนในปัจจุบัน 3. Conscious Craft : หัตถกรรมรักษ์โลก ผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงหลักความยั่งยืนในหลากหลายมิติ ไม่ใช่ด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมชุมชนผู้ผลิต และสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะช่วยหล่อหลอมสังคมผู้ผลิต และผู้ซื้อให้เกิดระบบนิเวศงานหัตถศิลป์ที่ต่างคนต่างส่งเสริมกันอย่างยั่งยืน ทำให้ SACIT Craft Collection คือ การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม แห่งคุณภาพและโอกาส ยกระดับจากงานหัตถกรรมท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระดับ Premium ที่พร้อมส่งออก และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สำหรับ หลักเกณฑ์การคัดสรรผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเข้ารับรอง ภายใต้ SACIT Craft Collection ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่

  • ด้านความเป็นเลิศเชิงช่าง (Craftsmanship) : ทักษะฝีมือเชิงช่างระดับสูง ที่ให้ความสำคัญกับเทคนิค ลวดลาย วัสดุ และความหมายในแต่ละผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาคุณค่าและความประณีตของงานคราฟต์ไว้ให้คงอยู่ ทั้งในด้านฝีมือ องค์ความรู้ และภูมิปัญญาของผู้สร้างสรรค์ พร้อมเสริมเสน่ห์เพื่อส่งต่อสู่ผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการรับรู้ ชื่นชม และเกิดการหมุนเวียนในสังคมคราฟต์อย่างยั่งยืน
  • ด้านความสามารถทางการตลาด (Marketability) : ศักยภาพในการตลาดทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับรสนิยมสมัยใหม่ เพื่อให้งานคราฟต์เข้าถึงชีวิตประจำวัน และสามารถต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้
  • ด้านความดั้งเดิม (Authenticity) : การอนุรักษ์สืบสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคนิค และความสำคัญของงานศิลปหัตถกรรมไทยแบบดั้งเดิม โดยให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาและสะท้อนภูมิปัญญา องค์ความรู้ และเทคนิควิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเน้นการรักษารากเหง้าควบคู่กับความทันสมัย และให้ความสำคัญกับชิ้นงานที่มีความเป็นต้นฉบับ ไม่เกิดจากการลอกเลียนแบบ เพื่อเน้นย้ำเสน่ห์และความคิดสร้างสรรค์ของตัวให้ผู้ผลิตเอง
  • ด้านนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ (Innovation and Creativity) : ในขณะที่ยังคงรักษาองค์ประกอบดั้งเดิมไว้ ผลิตภัณฑ์สามารถนำเสนอแนวทางการสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัย เพื่อสืบสานให้องค์ความรู้ดั้งเดิมยังดำรงอยู่ได้อย่างร่วมสมัย ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่แสดงออกซึ่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนางานศิลปหัตถกรรม โดยมีความโดดเด่นด้านการออกแบบรูปลักษณ์ การใช้งาน และการเล่าเรื่องที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และบริบทปัจจุบัน พร้อมแสดงให้เห็นแนวทางและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของงานศิลปหัตถกรรมไทย ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิต
  • ความยั่งยืน (Sustainability) : สนับสนุนการใช้วัสดุ กระบวนการผลิต และแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน ใส่ใจต่อสังคม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับความยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่เน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ กระบวนการผลิตที่รับผิดชอบ และการสร้างรายได้ให้ชุมชนผู้ผลิต เพื่อให้ศิลปหัตถกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ
  • โดยหลักเกณฑ์การคัดสรรที่กล่าวมานี้จะถูกตัดสินจากคณะกรรมการคัดสรร 9 ท่าน นำโดย ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ในฐานะประธานกรรมการ พร้อมด้วยนางสาววันวรรษา ชุนจำรัส ผู้อำนวยการสำนักพัฒนางานศิลปหัตถกรรม ร่วมเป็นกลไกสำคัญในการพิจารณาคัดสรร เกณฑ์การตัดสินจะมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญใน 4 มิติหลัก เพื่อความครอบคลุมทุกด้านของงานศิลปหัตถกรรมไทย ประกอบด้วย

  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน MASTER CRAFT ได้แก่ ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง และนายวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์
  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน TRENDY CRAFT ได้แก่ นายเจรมัย พิทักษ์วงศ์ และนายศรัณย์ เย็นปัญญา
  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน CONCIOUS CRAFT ได้แก่ ดร.สิงห์ อินทรชูโต และนายธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดสำหรับงานศิลปหัตถกรรม ได้แก่ นายสุริยะ ครุฑพันธุ์
  • ซึ่งการคัดสรรจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบคัดเลือกในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และรอบตัดสิน วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

    ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ได้รับการรับรอง ภายใต้ SACIT Craft Collection จะได้รับสิทธิประโยชน์ในหลายด้าน เช่น ได้รับประกาศนียบัตรรับรองผลิตภัณฑ์ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสต่อยอดทางธุรกิจ และยังได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในระดับนานาชาติ ส่งเสริมและขยายตลาดผ่านช่องทางการขายในรูปแบบ Offline และ Online การจับคู่ทางธุรกิจ ขยายช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ การประชาสัมพันธ์ในเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน

    "การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ผลิตศิลปหัตถกรรมไทยก้าวไปสู่ตลาดสากล ได้รับการยอมรับในวงกว้าง และยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคใหม่ สอดรับกับเทรนด์ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

    นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรรจะได้รับ Guarantee Card และ QR Code Tracking ซึ่งเป็นระบบ Digital Product Passport (DPP) หรือ "พาสปอร์ตดิจิทัล" ที่ใช้เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในระดับสากล โดยระบบนี้ทำงานผ่าน QR Code ที่ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์ ที่แสดงถึงการรับรองผลิตภัณฑ์เมื่อสแกน QR Code ผู้ซื้อจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์ได้ทันที บอกเล่าเรื่องราวที่มา องค์ความรู้ ภูมิปัญญา เทคนิคเชิงช่าง แนวคิด แรงบันดาลใจ วิธีการใช้งาน และแสดงข้อมูลผู้ผลิต แหล่งที่มาของวัสดุ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อโลก

    การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า Luxury และสินค้าเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการสร้างเรื่องราว ที่เน้นการดึงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาเชิงช่างมาผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ ทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มทางอารมณ์และวัฒนธรรม และยังได้รับการบรรจุข้อมูลลงใน SACIT Craft Collection Catalog เพื่อเผยแพร่สู่ผู้ซื้อระดับพรีเมียม

    รวมทั้ง SACIT ยังมีแผนขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ เช่น Crafts Bangkok เป็นเวทีให้ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมพบกับผู้ซื้อโดยตรง และสนับสนุนการขายผ่านช่องทาง Offline และ Online เช่น การวางจำหน่ายผ่าน SACIT Shop, SACIT Shop Appication, Website : sacitshop.com, รวมถึงการร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ห้างสรรพสินค้าและกลุ่มโรงแรมชั้นนำ และการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เวทีเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าในต่างประเทศ และนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง ภายใต้ SACIT Craft Collection จัดเผยแพร่และจัดแสดง ณ งานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เช่น กรุงริยาดห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา

    ผศ.ดร.อนุชา ยังได้กล่าวเสริมว่า ผลจากการดำเนินการจัดการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับผู้ผลิตศิลปหัตถกรรมไทยได้ เกิดการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมกว่า 100 ราย และช่วยให้ยอดการส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในปีนี้ และยังเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้โดดเด่น มีดีไซน์ล้ำสมัย ตอบโจทย์เทรนด์โลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน


    แท็ก ลุย  

    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ