
มั่นใจรักษามาร์จินตามเป้า พร้อมเดินหน้าลดภาระประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครองช่วงเปิดเทอมใหญ่
SABINA ประกาศตรึงราคาสินค้าทุกรายการ ตอกย้ำแบรนด์ไทยอันดับหนึ่งที่พร้อมยืนเคียงข้างและช่วยคนไทยในทุกวิกฤตการณ์ แจงบริการจัดการต้นทุนพลังงานได้มีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายน้ำมันลดลงมากกว่าราคาเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2567 ขณะที่ล็อคราคาต้นทุนวัตถุดิบล่วงหน้าจนสามารถผลิตด้วยต้นทุนเดิมได้ถึงเดือน ก.ค.นี้ เผยเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ยืดเยื้อ ด้วยการหาซัพพลายเออร์รายใหม่รองรับหากราคาวัตถุดิบขยับขึ้นในอนาคต ด้านต้นทุนขนส่งสินค้า OEM ฝั่งผู้ซื้อในต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด พร้อมเดินหน้ารักษาอัตราการเติบโตของมาร์จินตามเป้า
นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "ซาบีน่า" เปิดเผยว่า SABINA ยืนยันตรึงราคาสินค้าทุกรายการ เพื่อลดภาระให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครอง ที่สถานศึกษาต่างๆ กำลังจะเปิดปีการศึกษาใหม่ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้น
"ในฐานะที่ SABINA เป็นผู้ผลิตแบรนด์ไทย เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยคนไทยในภาวะวิกฤติสงคราม ที่ต้นทุนสินค้าขยับเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจาก SABINA ไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมา เรามีการใช้น้ำมันต่อปีคิดเป็นเปอร์เซนต์ต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ประมาณ 1.1% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ ขณะที่ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการการใช้น้ำมันได้ดี ทำให้เรามีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันลดลงมากกว่าราคาน้ำมันเฉลี่ย โดยในปี 2567 ปริมาณการใช้น้ำมันลดลง 2.4% ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปีลดลง 0.8% และในปี 2568 ที่ผ่านมา ปริมาณการใช้น้ำมันลดลง 6.1% ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้น 0.2% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงานของบริษัทฯ ที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี" นางสาวดวงดาวกล่าว
ในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบ บริษัทฯ ได้ดำเนินการล็อคต้นทุนวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า ทำให้สินค้าที่สั่งผลิตไปแล้วจนถึงเดือนกรกฎาคม ยังเป็นสินค้าที่ผลิตภายใต้ต้นทุนเดิม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้วางแผนรับมือด้วยการเตรียมหาซัพพลายเออร์สำรองที่จะยื่นเสนอราคาสำหรับการสั่งซื้อรอบใหม่ หากว่าต้นทุนวัตถุดิบขยับเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่นเดียวกับต้นทุนค่าขนส่งสำหรับสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งลูกค้าหลักทั้งในสหราชอาณาจักรและยุโรป เป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งในการนำเข้าสินค้าเอง ขณะที่ผลกระทบจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ผู้สั่งซื้อสินค้าได้ปรับเส้นทางการขนส่งโดยอ้อมไปทางแอฟริกาใต้แทน
"จากการพิจารณาผลกระทบด้านต้นทุนอย่างรอบด้านแล้ว เรายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระให้ลูกค้า และฉุดให้กำลังซื้อยิ่งซบเซา และเพราะ "ซาบีน่า" เป็นแบรนด์ไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างและช่วยเหลือคนไทยเสมอในทุกวิกฤตการณ์ โดยสิ่งที่เราจะมุ่งเน้นหลังจากนี้ คือ การบริหารต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างสภาพคล่อง ควบคู่ไปกับการเดินหน้ารักษาอัตราการเติบโตของกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและการรับมือกับสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ SABINA ดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าว