
ท่ามกลางค่าครองชีพที่ผันผวน ผู้บริโภคไทยไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตด้วยการใช้เงินมากขึ้น แต่ปรับมายืนฝั่ง ใช้ให้ฉลาดขึ้น หรือ Smart Spending ซึ่งไม่ใช่การรัดเข็มขัดจนขาดอิสรภาพ หากคือการออกแบบการใช้เงินให้สอดคล้องกับชีวิต และเดินเกมการเงินอย่างมีข้อมูลรองรับ
ข้อมูลจาก PwC Thailand หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำระดับโลก ระบุว่า ความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาคและเงินเฟ้อผลักให้คนไทยโฟกัส Value for Money สูงขึ้น และยังคง "จ่ายมากขึ้น" ในหมวดจำเป็น เช่น ของชำ-สุขภาพ-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะเดียวกันผู้บริโภคไทยเป็นกลุ่มที่ซื้อของผ่านโซเชียลสูงถึง 73% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียแปซิฟิกและโลกอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการตัดสินใจที่ไวและต้องการความคุ้มค่าแบบเรียลไทม์
จาก "ใช้เงิน" สู่ "ออกแบบการใช้เงิน"
- คนไทยโฟกัสความคุ้มค่า: รายงาน PwC ชี้การคุมงบและเลือก "คุณภาพ-ความปลอดภัย-ความยั่งยืน" มากขึ้น โดยยังยอมจ่ายในสิ่งจำเป็นและสุขภาพ/ความงาม สอดคล้องกับพฤติกรรม Value for Money ที่เพิ่มขึ้นในปี 2024-2025
- ช่องทางซื้อเปลี่ยนสปีด: โซเชียลคอมเมิร์ซและดิจิทัลทัชพอยท์มีอิทธิพลสูง (ไทย 73% ซื้อผ่านโซเชียล) ทำให้ "โปร-คะแนน-สิทธิประโยชน์" กลายเป็นส่วนหนึ่งของสมการตัดสินใจแบบเรียลไทม์
- ภาพรวมกำลังซื้อยังระวัง: เงินเฟ้อเฮดไลน์ติดลบบางเดือนจากพลังงาน แต่คอร์ยังบวก ผู้บริโภคจึงไม่หยุดใช้ หาก "ใช้แบบคัดช่อง" และย้ายการใช้จ่ายไปยังหมวดที่คุ้มค่ามากขึ้น
5 หลัก Smart Spending ที่ลงมือได้ทันที
บทบาทของ "เคทีซี" ในยุค Smart Spending: จาก "วงเงิน" สู่ "คุณค่าทุกการใช้จ่าย"
เคทีซีขยับบทบาทจากเครื่องมือชำระเงิน ไปสู่ตัวกลางสร้างความคุ้มค่าเชิงระบบให้สมาชิก ตั้งแต่ดีลหมวดจำเป็นและไลฟ์สไตล์ (สุขภาพ กีฬา เดินทาง อุปกรณ์จำเป็น) ไปจนถึงการออกแบบโปรแกรมคะแนนและส่วนลดที่ตอบโจทย์ Value for Money ของคนไทยที่ชัดขึ้น เคทีซีตั้งใจเป็น enabler ของชีวิตจริง จากวงเงินไปสู่ความคุ้มค่าทุกพิกัดการใช้จ่าย ทั้งหมวดจำเป็นและไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คนไทย "ใช้น้อยลง แต่อยู่ดีขึ้น" ได้อย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนเร็ว
ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีรายได้มากขึ้น อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของชีวิตแต่การ "ใช้เงินให้เป็น"อาจเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วความมั่นคงทางการเงิน ไม่ได้มาจากการมีมากที่สุดแต่เกิดจาก การใช้สิ่งที่มีได้อย่างดีที่สุด