
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จังหวัดปราจีนบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ผนึกกำลังลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานของศูนย์การเรียนรู้เกษตรปลอดภัยและสุขภาวะจังหวัดปราจีนบุรี โดยเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านวิจัยทั่วไป สู่ความร่วมมือด้าน Strategic & Innovation Management บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านการจัดการนวัตกรรม เข้ากับองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อสร้างเส้นทางด่วนหรือ Fast Track ที่จะนำเทคโนโลยีของคนไทยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง ผสานความเชี่ยวชาญทางวิชาการและงานวิจัยระดับประเทศ สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานครนายก

พิธีลงนามฯ ดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นายวีรพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทข. สายงานบริการวิจัยและพัฒนา และ นางสาวปราณปริยา วงค์ษา ผู้อำนวยการ สำนักบริการองค์ความรู้ GISTDA เป็นผู้แทนของหน่วยงานลงนามร่วมกัน มีกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี โดยมีผู้บริหาร บุคลากร ทั้ง 5 หน่วยงานเข้าร่วมพิธีและแสดงความยินดีด้วย
สำหรับขอบเขตความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่
1.ด้านยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการนวัตกรรม : ร่วมกันกำหนดแผนงานและกลไกขับเคลื่อนเทคโนโลยี
2.ด้านวิจัยและพัฒนา : การประเมินผลกระทบ (Impact Assessment) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์
3.ด้านการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมและผู้ประกอบการ : สนับสนุนกลุ่ม Startup และ Spin-off จากผลงานวิจัย
4.ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา : การประเมินมูลค่า (Valuation) และกลไกการร่วมลงทุน
5.ด้านการพัฒนาฐานข้อมูล : เชื่อมโยงข้อมูลผู้เชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐานด้าน STI เพื่อให้บริการภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
"ศูนย์การเรียนรู้เกษตรปลอดภัยและสุขภาวะจังหวัดปราจีนบุรี" บริหารจัดการโดย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานครนายก มุ่งเน้นการเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี เกษตรอัจฉริยะ และการพัฒนาผักสวนครัว ปลอดสารพิษ เพื่อยกระดับสุขภาวะของคนในชุมชน
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้ง 5 หน่วยงานมุ่งหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างมาตรฐานใหม่ในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัยระดับประเทศและสถาบันอุดมศึกษา ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) ของประเทศ พัฒนากรอบแนวทางเชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่การวิเคราะห์โอกาสทางการตลาด การจัดทำแผนที่นำทางเทคโนโลยี (Technology Roadmap) ไปจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมและชุมชน เพื่อสร้างต้นแบบความสำเร็จ หรือ Quick Win ที่เห็นผลได้จริง ครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน (OTOP) และกลุ่ม Startup ผ่านระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) รวมถึงการร่วมกันบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อต่อยอดผลงานวิจัยไปสู่การจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุน (Holding Company) ซึ่งจะช่วยให้งานวิจัยไม่ขึ้นหิ้ง แต่สามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน