
LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญระดับประเทศ "LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต" ตอกย้ำบทบาทของ LINE ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานชีวิตดิจิทัลของคนไทย มุ่งสร้างความเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติผ่านการให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และส่งเสริมให้ประชาชนใช้เครื่องมือบนแพลตฟอร์มอย่างเต็มศักยภาพในยามวิกฤต
ข้อมูลจาก Thai PBS ระบุว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติสูงถึง 2 ล้านล้านบาท มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 68 ล้านคน ภัยที่เกิดขึ้นครอบคลุมทั้งอุทกภัย ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ไปจนถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และเหตุฉุกเฉินในพื้นที่เมือง หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า สะท้อนความจริงที่ว่า "วิกฤตไม่เคยรอให้เราพร้อม" การเตรียมตัวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรมีในชีวิตประจำวัน
นางสาวณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า "LINE ถือกำเนิดขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2554 ในช่วงเวลาที่การสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ประสบการณ์นั้นทำให้ LINE เข้าใจบทบาทของแพลตฟอร์มในภาวะวิกฤตอย่างลึกซึ้ง วันนี้ เมื่อความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น LINE จึงต่อยอดศักยภาพของแพลตฟอร์ม สู่การเป็นกลไกสื่อสารด้านภัยพิบัติของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม แคมเปญ 'LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต' จึงไม่ใช่เพียงการสื่อสารเรื่องฟีเจอร์ แต่คือความตั้งใจในการสร้างความพร้อมในระดับสังคม ก่อนวันที่วิกฤตจะมาถึง"
หัวใจของแคมเปญ LIFELINE คือการทำให้ "ความพร้อม" เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ผ่าน 3 แนวคิดหลัก
ข้อมูลที่ถูกต้อง ในเวลาที่สำคัญที่สุด
วิกฤตสร้างความเสียหายมากขึ้นเมื่อข้อมูลไม่ชัดเจน LINE ALERT สนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลเตือนภัยที่ถูกต้องและเชื่อถือได้แบบ real-time เพื่อลดความตื่นตระหนกและการกระจายข่าวลือ ไม่ว่าจะเป็นประกาศเตือนน้ำท่วม การปิดเส้นทาง หรือคุณภาพอากาศที่กระทบต่อสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
เครื่องมือที่ช่วยให้คุณเช็กความปลอดภัยได้ทันที
ในช่วงเวลาวิกฤต สิ่งที่ผู้คนต้องการที่สุดคือรู้ว่าคนที่รักปลอดภัย LINE Safety Check เปิดโอกาสให้ผู้ใช้แจ้งสถานะความปลอดภัยของตนเอง และตรวจสอบสถานะของครอบครัวหรือคนใกล้ชิดได้ในไม่กี่ขั้นตอน ลดภาระการติดต่อซ้ำซ้อน และทำให้การสื่อสารในภาวะวิกฤตมีความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม
เตรียมให้พร้อมก่อนเกิดขึ้นจริง
เครื่องมือเหล่านี้จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อผู้ใช้เรียนรู้และเตรียมความพร้อมล่วงหน้า แคมเปญ LIFELINE จึงถูกออกแบบเป็นกรอบการสื่อสาร 3 ระยะ ได้แก่ การสร้างความตระหนักว่าภัยพิบัติเป็นเรื่องใกล้ตัว การให้ความรู้แบบเข้าถึงง่ายเพื่อให้ประชาชนสามารถตั้งค่าและเรียนรู้วิธีใช้งานได้ล่วงหน้า และการกระตุ้นให้ลงมือทดลองใช้จริง เพื่อเปลี่ยนจาก "ความรู้" สู่ "การลงมือทำ" อย่างเป็นรูปธรรม
LINE ประเทศไทย จะเดินหน้าสื่อสารแคมเปญอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ โซเชียลมีเดีย พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมไทยในยามวิกฤต เป้าหมายของ LIFELINE จึงไม่ใช่เพียงการสร้างการรับรู้ในระยะสั้น แต่คือการวางรากฐานให้ LINE เป็นหนึ่งในกลไกระดับประเทศด้านการรับมือและลดผลกระทบจากภัยพิบัติในระยะยาว และยกระดับบทบาทของเทคโนโลยีจากความสะดวกสบาย สู่การเป็นกลไกเสริมความมั่นคงและความอุ่นใจให้กับสังคมไทย
"เทคโนโลยีไม่ควรมีบทบาทเพียงสร้างความสะดวกหรือความบันเทิง แต่ต้องช่วยสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจให้กับสังคมด้วย ภัยพิบัติอาจมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่ความพร้อมสามารถเริ่มต้นได้วันนี้ LINE ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนเริ่มต้นจากการเพิ่ม LINE ALERT และเรียนรู้วิธีใช้ Safety Check เพื่อให้เราทุกคน 'พร้อมก่อนวิกฤต' อย่างแท้จริง" ณิชารัศมิ์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้น "พร้อมก่อนวิกฤต" ติดตามข้อมูลและเครื่องมือทั้งหมดได้ที่ lifeline.in.th