
การทำอาหารทานเองที่บ้านเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่มักจะตามมาและกลายเป็นปัญหาโลกแตกก็คือ "กลิ่นและควัน" โดยเฉพาะเมนูอาหารไทยที่มีกลิ่นฉุน รสจัดจ้าน หากระบายอากาศไม่ทัน กลิ่นเหล่านั้นอาจลอยไปติดผ้าม่าน โซฟา หรือแม้แต่เสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้า จนหลายคนต้องตั้งคำถามว่า ควรเลือกเครื่องดูดควันแบบไหนดี ที่จะช่วยกำจัดปัญหานี้ให้หมดไป วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก เพื่อให้คุณเลือกผู้ช่วยในครัวได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่สุด
เช็กลิสต์ก่อนซื้อ เลือกเครื่องดูดควันอย่างไรให้ตรงใจที่สุดก่อนจะตัดสินใจซื้อ สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือ "พฤติกรรมการทำอาหาร" ของคุณ เพราะเครื่องดูดควันแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน ดังนี้
1. สายครัวไทย จัดหนักทุกเมนูหากคุณรักการทำอาหารไทย ผัดกะเพราทีจามกันทั้งบ้าน หรือทอดปลาบ่อยๆ เครื่องดูดควันที่ "ดี" สำหรับคุณ ต้องเป็น แบบกระโจม (Chimney Hood) หรือ แบบติดผนัง ที่มีกำลังดูดสูง โดยแนะนำให้เลือกที่มีกำลังดูดตั้งแต่ 1,000 - 1,200 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ขึ้นไป เพื่อให้ดูดควันและกลิ่นน้ำมันออกไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งคราบเหนียวไว้ในห้องครัว
2. สายคอนโด พื้นที่จำกัด หรือเน้นทำอาหารเบาๆสำหรับชาวคอนโดมิเนียม หรือบ้านที่มีพื้นที่ครัวจำกัด (Pantry) และเน้นทำอาหารง่ายๆ เช่น ต้มมาม่า อุ่นอาหาร หรือทำอาหารเช้า เครื่องดูดควัน แบบลิ้นชัก (Slimline) หรือ แบบฝัง (Built-in) จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะติดตั้งแล้วดูเรียบร้อย สวยงาม ประหยัดพื้นที่ และมีกำลังดูดที่เพียงพอสำหรับการทำอาหารทั่วไป
เจาะลึกระบบระบายอากาศ แบบต่อท่อ vs แบบหมุนเวียน ต่างกันอย่างไรอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตอบคำถามว่า เครื่องดูดควันแบบไหนดี คือเรื่องของการติดตั้ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลักๆ คือ
คำตอบของคำถามที่ว่า เครื่องดูดควันแบบไหนดี นั้นขึ้นอยู่กับ "ไลฟ์สไตล์และพื้นที่" ของคุณเป็นสำคัญ ถ้าทำอาหารหนักต้องเน้นแรงดูด ถ้าอยู่คอนโดต้องเน้นระบบหมุนเวียนและขนาดที่กะทัดรัด
หากคุณพอจะได้ไอเดียแล้วว่า เครื่องดูดควันแบบไหนดีและเหมาะกับห้องครัวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นแบบกระโจมดีไซน์หรู หรือแบบ Slimline สุดมินิมอล สามารถเข้าไปเลือกชมรุ่นที่ใช่พร้อมโปรโมชันพิเศษได้ที่ Tecnoplus เพื่อให้ครัวของคุณสวยสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวน