
บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินบรรยากาศการลงทุนเริ่มผ่อนคลายในระยะสั้น หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว พร้อมส่งสัญญาณเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้แรงกังวลเงินเฟ้อชะลอลง และตลาดเริ่มลดน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงเป็น "ผ่อนคลายระยะสั้น แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ" เนื่องจากการเจรจายังไม่สิ้นสุดและมีความไม่แน่นอนสูง
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP เปิดเผยว่าประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความชัดเจนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซว่าจะสามารถดำเนินการได้จริงและต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากหากเกิดความล่าช้าหรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข อาจทำให้ราคาพลังงานกลับมาผันผวน และดันเงินเฟ้อให้กลับมาเป็นปัจจัยเสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางในระยะถัดไป
"ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อข่าวหยุดยิง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว และกดดันราคาทองคำในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวยังเป็นเพียงระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาคือการเจรจาจะมีความคืบหน้าเพียงใด และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ราคาพลังงานและเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดทันที"สำหรับราคาทองคำ การปรับตัวขึ้นในรอบนี้มองเป็นเพียงแรงรีบาวด์ตามข่าวเชิงบวกและ Bond Yield ที่ปรับตัวลง โดยยังไม่ได้สะท้อนการกลับตัวของแนวโน้มหลัก ขณะที่ภาพระยะยาวยังต้องติดตามทิศทางเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง หรือกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ ในเชิงเทคนิค ราคายังไม่สามารถยืนเหนือโซน $4,900 ได้อย่างมั่นคง ทำให้ยังมีโอกาสถูกแรงขายกดลงได้
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้น "เน้นเล่นตามจังหวะข่าว" โดยแบ่งขายเมื่อราคารีบาวด์บริเวณ $4,900 / $4,970 และรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวบริเวณ $4,700 / $4,650 ขณะที่นักลงทุนระยะกลาง-ยาวยังคงเน้นทยอยสะสมในช่วงปรับฐาน สำหรับทองคำไทย แนะนำแบ่งขายทำกำไรที่ระดับราคา 73,600 / 74,500 บาท และรอจังหวะเข้าซื้ออีกครั้งบริเวณ 71,500 / 71,000 บาท เพื่อความปลอดภัยในพอร์ตการลงทุนท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนและปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง