
Key Highlights:
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน มี.ค. 69 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนที่ -0.88% YoY แม้ราคาพลังงานในตลาดโลกจะเร่งตัวขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เงินเฟ้อเดือนนี้ยังติดลบ จากราคาพลังงานในประเทศที่ต่ำกว่าปีก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.57%YoY เร่งตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 0.56%YoY
- Krungthai COMPASS ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 69 มีแนวโน้มอยู่ที่ 3.1%-6.6% ในกรณีช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือนและตลอดปี 69 ตามลำดับ จากความขัดแย้งในตะวันออกที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปี 69 เฉลี่ยสูงขึ้นอยู่ที่ 88 และ 111 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ประกอบกับราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวตามกลไกตลาด จับตามาตรการจากรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะด้านการพยุงค่าครองชีพที่อาจช่วยบรรเทาเงินเฟ้อไทยในระยะข้างหน้า
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มี.ค. 69 อยู่ที่ -0.08% (YoY) ติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนหน้า ที่ -0.88% และต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 0.20%1 แม้ราคาพลังงานในตลาดโลกจะเร่งตัวขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เงินเฟ้อเดือนนี้ยังติดลบ เป็นผลจากราคาพลังงานในประเทศที่ต่ำกว่าปีก่อน อาทิ ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 31.8 บาท/ลิตร สูงขึ้นกว่าเดือนก่อนที่ 29.9 บาท/ลิตร แต่ยังต่ำกว่าเดือน มี.ค. 68 ซึ่งอยู่ที่ 32.8 บาท ทำให้เงินเฟ้อหมวดพลังงานยังติดลบที่ -2.76%YoY ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ระดับราคาปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มอาหารสำเร็จรูป ปรับเพิ่มขึ้น 1.68% เป็นต้น
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบกับเดือนก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.60% (MoM) จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่เริ่มปรับสูงขึ้นตามตลาดโลก อาทิ ราคาน้ำมันดีเซล (+6.24%MoM) ส่งผลให้หมวดพลังงานเพิ่มขึ้น 4.50% ซึ่งคาดว่าจะเป็นบวกต่อเนื่องในเดือน เม.ย.หลังราคาน้ำมันขายปลีกปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังภาครัฐลดการอุดหนุนราคาน้ำมันขายปลีก
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.57% เร่งตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 0.56% หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานลดลง -0.12% (MoM)
Implication:
- Krungthai COMPASS ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไทยปี 69 มีแนวโน้มอยู่ในช่วง 3.1%-6.6% จากเดิมที่ 0.4% ภายใต้สมมติฐานว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือนและตลอดปี 69 ตามลำดับ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 88 และ 111 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล กอปรกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด หลังภาครัฐมีแนวโน้มอุดหนุนราคาน้ำมันขายปลีกลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นจาก Logistics Disruption ทั้งนี้สอดคล้องกับคาดการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ที่มองว่าหากราคาน้ำมันดิบ ทั้งปี 69 สูงเกิน 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่า 3% ได้ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันอาจสูงขึ้นกว่าที่ประเมินหากเหตุการณ์ขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ระดับราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบมายังเงินเฟ้อในหมวดซึ่งอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน อาทิ หมวดพาหนะและสื่อสาร และหมวดเคหสถานซึ่งคิดเป็น 47% ของตะกร้าเงินเฟ้อทั่วไป
ขณะที่ หมวดอาหารสำเร็จรูป ซึ่งคิดเป็น 24% ในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐาน แม้จะยังไม่เห็นการเร่งตัวชัดเจน แต่ต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะส่งผ่านมายังราคาสินค้าในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนมายังผู้บริโภคได้เต็มที่ เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศชะลอตัว ต่างกับช่วงความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ในปี 65 ที่เงินเฟ้อมี demand pull จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยว หลัง Covid-19 คลี่คลาย
จับตา แนวทางการดำเนินการมาตรการลดภาระค่าครองชีพจากรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อเงินเฟ้อไทยในระยะข้างหน้า อาทิ มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่ากระแสไฟฟ้า มาตรการควบคุมราคาสินค้าต้นน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเม็ดพลาสติก อาหารสัตว์ และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพผ่านอื่น ๆ อาทิ โครงการธงฟ้า มาตรการเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อไทย