
- วายแอลจี มั่นใจทองคำระยะยาวเป็นขาขึ้น คงเป้าหมาย 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หรือ 90,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 ชี้แม้ระยะสั้นอาจพักฐานสะสมกำลังอีก 1 ครั้ง ซึ่งจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไร จากจังหวะที่นักลงทุนโยกเงินสลับกับทำกำไรจากราคาน้ำมัน
- พบแม้ราคาปัจจุบันทรงตัวระดับสูงแต่ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าซื้อสะสม นำโดยธนาคารกลางจีนซื้อต่อเนื่อง 17 เดือน ขณะที่ประเทศหน้าใหม่เริ่มเข้าซื้อครั้งแรกในรอบหลายปี เช่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สะท้อนความมั่นใจต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อให้แพงแค่ไหนก็ยังซื้อต่อเนื่อง
- แนะนักลงทุนหน้าใหม่ลงทุนทองคำผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวถึง ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัว เพื่อรอสัญญาณชัดเจนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าก่อนนี้จะประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์แต่ก็ไม่สามารถปฏิตามข้อตกลงได้ จึงทำให้ทองคำที่บวกรับข่าวดังกล่าวในตอนแรกต้องชะลอการปรับขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ดีความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งแม้โดยปกติทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่มักจะปรับตัวขึ้นในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง แต่ในครั้งนี้ราคาทองคำกลับตอบรับเชิงบวกต่อ "ข่าวการเจรจา" เนื่องจากตลาดประเมินว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เคยพุ่งสูงเริ่มคลี่คลาย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงประมาณ 0.3% ทันทีหลังการประกาศข่าว ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยนักลงทุนบางส่วนได้โยกย้ายเม็ดเงินเข้าสู่ทองคำมากขึ้น เพื่อเก็งกำไรในรอบใหม่ (Buy the Dip) หลังจากที่ราคาทองคำพักตัวลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี ในระยะที่มีความขัดแย้งทองคำจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวเนื่องจากนักลงทุนสลับทำกำไรกับสินทรัพย์อื่น แต่ระยะยาวยังมั่นใจว่าทองคำเป็นขาขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังมีความไม่เชื่อมั่นต่อเสถียรภาพนโยบายของสหรัฐ จึงคาดการณ์ว่าในปี 2026 นี้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายระดับ 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในไตรมาสที่ 4 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (Real Yield) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะช่วงการบริหารภายใต้ "โดนัลด์ ทรัมป์"
อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่ทำให้มองว่าทองคำยังเป็นขาขึ้นนั่นคือ ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเป็นเงินทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่ง J.P. Morgan และ Goldman Sachs ระบุว่าในปีนี้ความต้องการทองคำจากภาครัฐยังคงสูงเฉลี่ยถึง 190 ตันต่อไตรมาส เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ในระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแรงพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงไปลึกแม้ในยามที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น
ทั้งนี้ วายแอลจี จัดอันดับข้อมูลประเทศที่เข้าซื้อทองคำมากที่สุดในไตรมาส 1/2026 (ข้อมูลอัปเดตถึงสิ้นเดือนก.พ./ต้นเดือนมี.ค.) ดังนี้
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลงทุน YLG มีบริการสำหรับการเริ่มต้นได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold โทร. 0-2678-9888 #2