
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงอากาศร้อนที่สุดของปีท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงต่อเนื่องในเดือนเมษายนนี้ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ฤดูร้อนปีนี้จะยาวไปจนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม และกรุงเทพมหานครระบุให้ช่วงเวลา 10.00-15.00 น. เป็นช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงและมีรังสี UV เข้มข้นที่สุด1 ซึ่งทำให้ ฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด กลายเป็นความเสี่ยงใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน โรคอ้วน และความดันโลหิตสูง2อาจส่งผลรุนแรงอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

ในช่วงเวลาที่ความร้อนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัว ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจรในประเทศไทย จึงขอแบ่งปันข้อมูลและข้อควรทราบแก่ผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานและคนใกล้ชิด เพราะคลื่นความร้อนที่มาในช่วงหน้าร้อนนี้ไม่เพียงเป็นความเสี่ยงของการมีสุขภาพดีแบบยั่งยืนหรือ Healthspan ในประชาชนทั่วไป แต่ยังเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงสำคัญสำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานทั้งแบบชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ที่ต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากร่างกายมีความไวต่อความร้อนและเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรกได้ง่ายขึ้นจากการที่ร่างกายมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ลดลง โดยมีสาเหตุจากการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนังที่ช้ากว่าคนทั่วไป รวมถึงการขับเหงื่อที่ลดลงเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อน3
4 เรื่องสำคัญที่ผู้ป่วยเบาหวานและคนใกล้ชิดควรรู้ในช่วงหน้าร้อน
หากผู้ป่วยเบาหวานต้องอยู่กลางแจ้งหรือทำกิจกรรมในช่วงอากาศร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงช่วงแดดแรง ดื่มน้ำให้เพียงพอ เลี่ยงอาหารรสจัดที่จะทำให้กระหายน้ำมากยิ่งขึ้น และจัดเก็บยาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงกว่าที่คิด