ความลับ "หมาล่า" รสชาติเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร

ข่าวทั่วไป Friday April 17, 2026 14:33 —ThaiPR.net

ความลับ

หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "หมาล่า" ได้กลายเป็นรสชาติโปรด ของใครหลายคนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟ หรือปิ้งย่างริมทาง กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และความรู้สึก "ชาลิ้น" ได้กลายเป็นกระแสยอดนิยมไปทั่วประเทศไทย แต่เบื้องหลังรสชาติที่ชวนให้เสพติดนี้ มีที่มาและเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์อาหารที่น่าสนใจซ่อนอยู่

รศ.ดร.ขนิษฐา ธนานุวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมาไขข้อสงสัยตั้งแต่ต้นกำเนิดของรสชาติ ไปจนถึงสารเคมีในเครื่องเทศที่ทำให้เราหลงใหลในความ "เผ็ดชา" นี้

ทำความรู้จักกับ "หมาล่า" รสชาติเผ็ดชา เอกลักษณ์จากเสฉวน

คำว่า "หมาล่า" (?? M?l?) เป็นการผสมผสานของคำสองคำในภาษาจีน คือ "หมา" ? (m?) หมายถึง อาการชา และ "ล่า" ? (l?) หมายถึง รสเผ็ด เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงรสชาติ ที่ทั้งเผ็ดและชาในคำเดียว

จุดต้นกำเนิดของหมาล่านี้มาจาก มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ซึ่งมีสภาพอากาศหนาวจัดและชื้นในฤดูหนาว การรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรสนิยม แต่เป็นภูมิปัญญาใน การกระตุ้นการเผาผลาญ และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

"เมนูอาหารคาวของเสฉวนมักมีความเผ็ดร้อนหรือเผ็ดชาตามหลักการที่ว่า 'เผ็ดแต่ไม่ถึงตาย เผ็ดแต่ปากไม่แห้ง' ????,???? (l? er b? s? l? er b? z?o) ซึ่งหมายถึงความเผ็ดในระดับที่ร่างกายทนทานได้ ไม่ทำให้แสบร้อนหรือทรมานจนเกินไปหลังรับประทาน" รศ.ดร.ขนิษฐา เล่าถึงวัฒนธรรมการกินที่แฝงอยู่ในรสชาติ

ส่วนผสมและเครื่องเทศในหมาล่า มีอะไรบ้าง

หมาล่า เป็นเครื่องเทศที่มีเอกลักษณ์มาจากอาหารจีนเสฉวน โดย รศ.ดร.ขนิษฐา ระบุว่าส่วนประกอบหลักที่มีนัยสำคัญประกอบไปด้วย ดังนี้

  • พริก (?? l?ji?o / chili peppers ซึ่งเป็นพืชสกุล Capsicum) ที่ให้ความเผ็ดร้อน
  • พริกเสฉวน (?? hu?ji?o / Sichuan peppers ซึ่งเป็นพืชสกุล Zanthoxylum) ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและให้ความรู้สึกชาบนลิ้น
  • เครื่องเทศสมุนไพร อาทิ โป๊ยกั๊ก ยี่หร่า และขิง ซึ่งช่วยเสริมกลิ่นรสโดยรวมให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • ด้วยองค์ประกอบที่หลากหลายนี้เอง ทำให้หมาล่าถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูได้สารพัดรูปแบบ ตั้งแต่ปิ้งย่าง ผัด ไปจนถึงหม้อไฟที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก

    ไขปริศนาวิทยาศาสตร์ ทำไมกินหมาล่าแล้วลิ้น "ชา"

    หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมความเผ็ดของหมาล่าถึงต่างจากพริกขี้หนูของไทยที่เน้นความแสบร้อน รศ.ดร.ขนิษฐา อธิบายว่านั่นเป็นเพราะสารสำคัญที่ชื่อว่า แซนชูล (sanshools)

    "ความรู้สึกชามาจาก "แซนชูล" ซึ่งเป็นสารในกลุ่มอัลคิลเอไมด์ สารกลุ่มแซนชูลชนิดที่สำคัญได้แก่ ไฮดรอกซิล-อัลฟ่า- แซนชูล (hydroxyl-?-sanshool) (รูปที่ 1) ซึ่งพบในพริกเสฉวน สารกลุ่มแซนชูลนี้จะไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึกเจ็บปวด แสบร้อนและระคายเคืองในช่องปาก ทำให้รู้สึกเผ็ดชา แตกต่างจากความเผ็ดร้อนของแคปไซซินในพริกขี้หนูไทย"

    ซึ่งความโดดเด่นนี้ทำให้หมาล่าเข้าถึงคนได้กว้างขึ้น แม้แต่ผู้ที่ทานเผ็ดจัดไม่ได้ ก็ยังสามารถสนุกไปกับความเผ็ดชาที่มีมิติของกลิ่นหอมสมุนไพรจีนได้ จึงกลายเป็นเมนูยอดฮิตในหลาย ๆ ประเทศ นอกจากประเทศจีนและประเทศไทยอีกด้วย

    เหรียญสองด้านของหมาล่า กินอย่างไรให้ได้รสชาติและไม่เสี่ยงต่อสุขภาพ

    รศ.ดร.ขนิษฐา ให้มุมมองที่สมจริงในฐานะนักเทคโนโลยีทางอาหารว่า "โดยภาพรวม การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของหมาล่า จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและความอร่อย รวมถึงจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ แต่ปริมาณสารสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ ในอาหารนั้นอาจยังไม่สูงพอที่จะส่งผลชัดเจนในเชิงรูปธรรม"

    ในขณะเดียวกันสิ่งที่ควรตระหนักคือ "ความเสี่ยงแฝง" จากกรรมวิธีการปรุง เนื่องจากเมนูหมาล่ามักมีปริมาณโซเดียมสูงจากการเติมเกลือเพื่อเสริมความเข้มข้นของรสชาติ และมีไขมันสูงจากน้ำมันที่เติมเพื่อสกัดสารให้กลิ่นรส การบริโภคโซเดียมในปริมาณที่เกินความจำเป็น (มากกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน) เป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต ส่วนการบริโภคอาหารไขมันสูงเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูงได้

    นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร หรือโรคลำไส้อักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหมาล่าในปริมาณมาก เนื่องจากอาจทำให้เกิดความระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร ปวดท้องและเสียดท้องได้

    เคล็ดลับกินหมาล่าให้อร่อย แบบไม่ทำร้ายสุขภาพ

    เพื่อให้การรับประทานหมาล่าเป็นไปอย่างเหมาะสมต่อสุขภาพ รศ.ดร.ขนิษฐา ทิ้งท้ายด้วยเคล็ดลับการทานหมาล่าให้เหมาะสมต่อสุขภาพไว้ 2 ข้อสำคัญดังนี้

  • ไม่ควรรับประทานเป็นประจำทุกวัน : ควรหมุนเวียนไปทานเมนูอื่นบ้าง เพื่อลดการสะสมของโซเดียมและไขมันในร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำซุปหมาล่าโดยตรง : หากทานหม้อไฟ ควรใช้น้ำซุปหมาล่าเพียงแค่ลวกเนื้อสัตว์และผักเท่านั้น เพราะน้ำซุปหมาล่ามีเครื่องเทศที่เข้มข้น รวมถึงมีเกลือและน้ำมันในปริมาณที่สูงมาก หากบริโภคโดยตรงอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารได้
  • ดังนั้น การรับประทานหมาล่าให้เหมาะสม ควรเน้น "ความพอดี" และเลือกบริโภคอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ยังคงได้ทั้งความอร่อยและไม่กระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

    เอกสารอ้างอิงและข้อมูลประกอบ

    • ธเนศ ชัยวงค์, บุษกร วัฒนบุตร, & สินีนาถ สุขทนารักษ์. (2025). ถิ่นกำเนิดของรสชาติเผ็ดชาของหมาล่า. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 8(10), 1-13.
    • Ji, Y., Li, S., Ho, C.-T. (2019). Chemical composition, sensory properties and application of Sichuan pepper (Zanthoxylum genus). Food Science and Human Wellness, 8(2), 115-125. https://doi.org/10.1016/j.fshw.2019.03.008
    • Baidu Baike. (2025). ?? [m? l?] (in Chinese) https://baike.baidu.com/item/%E9%BA%BB%E8%BE%A3/6801608


    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ