
บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ทองคำสัปดาห์นี้ผันผวนอย่างรุนแรง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศยกระดับการกดดันขั้นสูงสุด ขีดเส้นตายให้อิหร่าน ตอบรับข้อตกลงยุติสงคราม ภายในวันที่ 22 เมษายนนี้ ขู่เดินหน้ามาตรการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เตือนนักลงทุนระวังแรงเทขายทำกำไร หลังราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงระยะสั้น
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวนรุนแรง จากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ที่ก้าวสู่จุดวิกฤตอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับการกดดันอิหร่าน โดยขีดเส้นตายให้มีการตอบรับข้อตกลงยุติสงครามภายในวันที่ 22 เมษายนนี้ เวลา 08.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) หากไม่เป็นผล สหรัฐฯ พร้อมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน โดยกล่าวหาอิหร่านละเมิดข้อตกลง หลังเกิดเหตุยิงเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่อิหร่าน กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมยันไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่กับสหรัฐฯ และเน้นย้ำว่าการเจรจาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และยังคงยืนกรานว่าจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลอยู่ ซึ่งจากความ ตึงเครียดที่ขยายวงกว้าง ส่งผลให้เรือสินค้ากว่า 20 ลำ ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ รวมทั้งมีรายงานของกองกำลัง IRGC ที่เคลื่อนไหวมากขึ้น และท่าทีของสหรัฐฯ ในการเตรียมยึดเรือน้ำมันในน่านน้ำสากล สะท้อนความขัดแย้งได้ย้ายจากโต๊ะเจรจาไปสู่การเผชิญหน้าจริง
"ชี้ชะตา 22 เม.ย. นี้ ทั่วโลกจับตาเส้นตายหยุดยิง จะเจรจาต่อหรือเปิดศึกครั้งใหม่ พร้อมแนะเตรียมรับมือความผันผวนที่จะเขย่าทั้งราคาน้ำมัน ค่าเงินดอลลาร์ และทองคำพร้อมกัน แม้ทองคำจะได้อานิสงส์จากสงคราม แต่ระวังปัจจัยเสี่ยงเงินเฟ้อ ทั้งนี้หากน้ำมันพุ่งแรงอาจบีบให้ Fed คงดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คาดการณ์ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะถัดไป"
ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า ภาพรวมระยะสั้นราคาทองคำเริ่มอ่อนแรง หลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $4,860 ได้ สะท้อนถึงแรงซื้อเริ่มชะลอตัวลง โดยมีความเสี่ยงย่อตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $4,785 ซึ่งหากรับไม่อยู่ อาจเปิด Downside ลงไปถึง $4,665/$4,600 อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถพลิกกลับมายืนเหนือ $4,860 ได้อีกครั้ง จะเป็นสัญญาณบวกในการกลับไปลุ้นทดสอบโซน $4,880-$4,935 สำหรับกลยุทธ์ทองคำไทย แนะนำ "แบ่งขายทำกำไร" ที่ระดับ 73,500 / 73,800 บาท และรอจังหวะย่อตัว "ทยอยสะสมใหม่" ที่บริเวณ 72,300 / 71,000 / 70,000 บาท