
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปล่อยภาพเบื้องหลังชิ้นงานโฆษณาชุดล่าสุด "feel all the feelings" ที่มี "ลิซ่า"ลลิษา มโนบาล ในบทบาท Amazing Thailand Ambassador ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และอารมณ์ของการท่องเที่ยวไทยอย่างรอบด้าน ไม่เพียงสะท้อนความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นด้วย "แฟชั่นและไอเทมชุมชน" ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เติมเต็มเรื่องราวพร้อมสะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต รวมถึงความงดงามของไทยได้อย่างลึกซึ้ง
ผลงานโฆษณา "feel all the feelings" ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่ปรากฏบนจอ แต่ยังเป็นเวทีที่แฟชั่นได้ร้อยเรียงอารมณ์ ความรู้สึก และความงดงามของวัฒนธรรมไทยเข้าด้วยกัน ผ่านการผสมผสานระหว่างดีไซน์ร่วมสมัยและภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมอย่างลงตัวกับชุดและเครื่องประดับที่ "ลิซ่า"สวมใส่ ซึ่งรังสรรค์โดยดีไซเนอร์และแบรนด์ไทย ผ่านนำเสนอเสน่ห์ของแฟชั่นไทยร่วมสมัยอย่างมีสไตล์
ชุดสีขาวจากแบรนด์ Muscovy Studio ที่สะท้อนความเรียบง่ายและความกลมกลืนกับทิวทัศน์ได้อย่างลงตัว
ลุคนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายที่สง่างามและความพลิ้วไหว สื่อถึงความรู้สึกที่ผสานลงตัวเข้ากับทิวทัศน์ที่งดงาม พร้อมที่จะทะยานไปกับการเดินทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ ๆ โดยดีไซน์จาก Muscovy Studio ได้นำแรงบันดาลใจจาก "งานจักสานไทย" มาตีความใหม่ในรายละเอียดบริเวณช่วงแขนเสื้อและหัวไหล่ ถ่ายทอดรูปทรงและโครงสร้างของลายสานให้ดูทรงพลัง ทันสมัย และเปี่ยมเสน่ห์ ขณะเดียวกัน ยังเติมลูกเล่นด้วยเทคนิคการมัดย้อมในรายละเอียดช่วงปลายกระโปรง เพื่อเพิ่มมิติและความเคลื่อนไหวให้กับชุด อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่จากเดรสสั้นที่คล่องตัว ไปสู่เดรสยาวทรงหางปลาที่พลิ้วไหวสง่างาม ผ่านการต่อเลเยอร์ผ้าที่ช่วยสร้างไดนามิกและมิติให้ลุคดูโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมเทคนิคการผสมโทนสีขาวเข้ากับโทนอุ่นที่ช่วยขับเน้นความงามของแฟชั่นไทยร่วมสมัยในมุมมองใหม่
ชุดเดรสยาวสีทองจากแบรนด์ UNKUNIYA ที่เจิดจรัสดุจต้องมนตร์
เสน่ห์แห่งสีทองที่ถักทอด้วยความประณีต ตัวชุดเน้นเส้นสายโค้งมนที่ดูอ่อนช้อยและวิจิตรบรรจงช่วงบนรังสรรค์เป็นทรงคอปาดพร้อมงานปักเลื่อมระยิบระยับที่เรียงร้อยอย่างมีชั้นเชิง รับกับช่วงล่างที่ทิ้งตัวพลิ้วไหวอย่างสง่างาม ยามเคลื่อนไหวจึงดูหรูหราและเปี่ยมด้วยมนตร์ขลัง เป็นลุคที่พร้อมเจิดจรัสและมีมิติอย่างน่าอัศจรรย์แม้เพียงต้องแสงเทียน
ชุดเกาะอกผ้าไหมสีทองจากแบรนด์ ASAVA ที่พาผู้ชมสัมผัสมิติใหม่ของชุดไทย
ชุดนี้นำเสนอมิติใหม่ของชุดไทย รังสรรค์โดยแบรนด์ ASAVA ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยในมุมมองร่วมสมัยผ่านการผสมผสานโครงสร้างแฟชั่นสากลเข้ากับวัสดุสิ่งทอไทยอย่างมีชั้นเชิง ดีไซน์ช่วงบนเป็นเกาะอกที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บแบบคอร์เซตสะท้อนความประณีตของงานแฟชั่นตะวันตก ขณะที่ช่วงล่างโดดเด่นด้วยกระโปรงทรงบอลลูนซึ่งช่วยสร้างวอลลุ่มและมิติให้ลุคดูสง่างาม พร้อมเลเยอร์ผ้าคลุมสีทองที่เสริมความหรูหราและความพลิ้วไหวได้อย่างลงตัว
ชุดสีครีมจากแบรนด์ VASSANA ที่ถ่ายทอดงานจักสานไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์
สะท้อนภูมิปัญญาและงานฝีมือไทยอย่างประณีต ผ่านดีเทลสามมิติบนเสื้อและกระโปรง นำเสนอ "ลายจักสาน" งานหัตถกรรมพื้นบ้านอันทรงคุณค่ามาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยใช้วัสดุจากไม้ไผ่มารังสรรค์เป็นดีไซน์แฟชั่นอย่างสร้างสรรค์ ช่วงบนของชุดออกแบบเป็นเกาะอกที่ใช้ตอกไม้ไผ่ซึ่งมักใช้สานหมวกชาวนา มาตัดเย็บและจัดวางอย่างประณีต ขณะที่กระโปรงนำเส้นไผ่มาสานเป็นลวดลายเรียบง่ายแต่โดดเด่น ช่วยสร้างมิติและเอกลักษณ์ให้ลุคดูทันสมัย ถ่ายทอดทั้งคุณค่าทางศิลปะและเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยไว้ในชุดเดียวอย่างกลมกลืน ผสานเข้ากับโทนสีธรรมชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากไม้ไผ่ยิ่งช่วยขับเน้นเสน่ห์ของงานจักสานไทยให้โดดเด่น พร้อมคอมพลีตลุคด้วยกระเป๋าจักสานทรงขนมจีบ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก "อุบะพวงมาลัย"มอบกลิ่นอายแบบประยุกต์อย่างสง่างามและมีสไตล์
ลุคแฟชั่นของ "ลิซ่า" ถูกยกระดับความสมบูรณ์แบบด้วยเครื่องประดับสีทองจรัสจากแบรนด์ SARRAN ถ่ายทอดความสดใสและพลังแห่งธรรมชาติผ่านแรงบันดาลใจจากความงดงามของดอกไม้ไทย โดยเฉพาะ "ดอกรัก" ดอกไม้แห่งความศรัทธา สะท้อนเรื่องราวแห่งการเดินทางที่นำพาความงดงาม วัฒนธรรม และตัวตนของไทยสู่สายตาชาวโลก คอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของคณะเอกอัครราชทูตไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ยุคที่ผู้แทนแห่งสยามข้ามมหาสมุทรเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างนานาประเทศ ถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นไทยในรูปแบบงานศิลปะที่สวมใส่ได้ พร้อมตีความพวงมาลัยและอุบะแบบดั้งเดิมขึ้นใหม่ สู่การเชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่บริบทร่วมสมัยบนเวทีสากล
นอกจากแฟชั่นในโฆษณาแล้ว เบื้องหลังกองถ่ายยังเต็มไปด้วยไอเทมจากชุมชนไทย ที่เรียบง่ายแต่มีเรื่องราวทุกชิ้นถูกคัดสรรมาเพื่อสร้างบรรยากาศ และสะท้อนวิถีชีวิตพร้อมเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างมีชีวิตชีวาไม่ว่าจะเป็น
พัดใบตาล มรดกหัตถกรรมพื้นบ้าน จังหวัดบุรีรัมย์ - ความเรียบง่ายที่พัดพาความรู้สึก
พัดถือเป็นไอเทมคู่บ้านที่หลายครัวยังใช้ในชีวิตประจำวัน สื่อถึงความเนิบช้า อ่อนโยน และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ สำหรับ "พัดใบตาล" นับเป็นมรดกภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยโบราณของบ้านโนนมะงา ตำบลสะแก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน และเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่ทำจาก "ใบตาล" ด้วยจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของการใช้ทั้งใบตาลอ่อนและใบตาลแก่ เพื่อสร้างสีสันให้พัดที่แตกต่างกัน สะท้อนฝีมือหัตถศิลป์ไทยที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรและคัดแยกวัสดุ การพัฒนารูปทรงผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเพิ่มเติมสีสันที่หลากหลาย เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาและศิลปะท้องถิ่น จึงทำให้ไอเทมชิ้นนี้มีดีเทลที่ประณีต สวยงาม ในราคาที่จับต้องได้ เข้าถึงได้ในวงกว้าง และยังคงเป็นไอเทมที่หลายคนยังเก็บไว้ติดบ้านมาจนถึงทุกวันนี้
เก้าอี้หวาย เครื่องจักสานช้างม่อย จังหวัดเชียงใหม่ - เสน่ห์งานหัตถศิลป์ไทย
ขณะเดียวกัน เก้าอี้หวายนั้นสะท้อนถึงความสบายและความอบอุ่นของบ้านไทย และนับเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์งานฝีมืออันดับต้น ๆ ที่ถูกหยิบมาใช้เป็นไอเทมหลักในการตกแต่งทั้งบ้านและคาเฟ่ ช่วยมอบกลิ่นอาย ที่ผ่อนคลาย อบอุ่น ให้กับพื้นที่ภายใน สำหรับ "เก้าอี้หวายช้างม่อย" ถือเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รังสรรค์จากวัสดุธรรมชาติอย่าง "หวายน้ำผึ้ง" ผสานเข้ากับเทคนิคเฉพาะตัวของช่างฝีมือในการสร้างสรรค์รูปทรงใหม่ ๆ อย่างพิถีพิถัน มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ตั้งแต่ศิลปะแบบดั้งเดิม ไปจนถึงสไตล์โมเดิร์นที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ เผยเสน่ห์ของความเรียบง่าย คลาสสิก และเป็นธรรมชาติ พร้อมความทนทานและการใช้งานได้จริง อีกทั้งยังสะท้อนคุณค่าของวัสดุธรรมชาติและงานศิลปะชุมชนไทยที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน
ย่ามปกาเกอะญอ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน - อัตลักษณ์ชาติพันธุ์แห่งงานหัตถศิลป์บนผืนผ้า
ย่ามทอมือของชุมชนปกาเกอะญอ โดดเด่นด้วยเทคนิค "การทอผ้าแบบดั้งเดิม" ที่เป็นตัวแทนของมรดก ภูมิปัญญาของชนเผ่าและวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผืนผ้าแต่ละชิ้นหลอมเอาจิตวิญญาณของชุมชน รวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ผ่านการสร้างสรรค์ลวดลายและสีสันไม่เพียงเพิ่มมิติให้กับภาพในฉาก แต่ยังเล่าเรื่องราวความผูกพันระหว่างคนกับผืนแผ่นดินอย่างกลมกลืน ตั้งแต่การย้อมสีธรรมชาติ การทอผ้า ไปจนถึงการสร้างลวดลายด้วยเทคนิคเฉพาะตัวที่ทำด้วยสองมือของชาวบ้านอย่างละเอียดละออ การสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวปกาเกอะญอยังถูกต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ย่ามปกาเกอะญอนี้ไม่เพียงเป็นไอเทมงานฝีมือให้เลือกช้อป แต่ยังเป็นประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน และดื่มด่ำกับความงดงามของผืนผ้าที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของชนเผ่าอย่างแท้จริง
ชามตราไก่ ของดีขึ้นชื่อ จังหวัดลำปาง - หวนคืนสู่ความทรงจำบนโต๊ะอาหารไทย
เพียงแค่เอ่ยถึง ก็ชวนให้นึกถึงข้าวสวยร้อน ๆ ลอยขึ้นมา "ชามตราไก่" ถือเป็นสัญลักษณ์ครัวเรือนไทยมายาวนานกว่า 100 ปี พร้อมทั้งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเครื่องลายครามจีน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไทย (Geographical Indication: GI) เนื่องจากดินขาวที่จังหวัดลำปางมีคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการผลิตเซรามิก ชามเซรามิกชิ้นนี้มีคุณภาพและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ กล่าวคือ มักวาดด้วยมือปรากฏเป็นรูปไก่ควบคู่กับดอกโบตั๋น และต้นกล้วย ซึ่งในวัฒนธรรมจีน "ไก่" เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่ง ความขยันขันแข็งและความอุดมสมบูรณ์ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป โรงงานผลิตชามตราไก่หลายแห่งต้องปิดตัวลง ผนวกกับผู้คนรุ่นใหม่เริ่มหันไปใช้ถ้วยชามรูปแบบอื่นมากขึ้น แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่หลงใหลและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ชามตราไก่ จัดตั้งสมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ "ชามตราไก่" ไม่ได้เป็นเพียงไอเทมสะสมหายาก แต่ยังเป็นประสบการณ์การเดินทางเชิงวัฒนธรรม ที่สามารถสัมผัสเรื่องราวความงดงามของเครื่องลายคราม ร่วมเรียนรู้ฝีมือหัตถกรรม และดื่มด่ำกับมรดกวัฒนธรรมไทย-จีนที่ผสานเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่น ได้อย่างลงตัว
ร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ - สีสันแห่งงานหัตถศิลป์ล้านนา
"ร่มบ่อสร้าง" งานหัตถกรรมร่มกระดาษสาที่กลายเป็นไอคอนระดับโลกจากอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่แหล่งกำเนิดและศูนย์กลางการผลิตร่มกระดาษสาที่มีชื่อเสียงระดับโลกมายาวนานกว่าร้อยปี รวมถึงเป็น ภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ด้วยเอกลักษณ์ของลวดลายสีสันแบบศิลปะล้านนา ที่สดใส งดงาม ผสานกับความประณีตในทุกรายละเอียด ทำให้ "ร่มบ่อสร้าง" ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้กันแดดกันฝน แต่เป็นงานศิลปะที่มีชีวิตซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณของชาวเหนือได้อย่างชัดเจน หัวใจสำคัญของ "ร่มบ่อสร้าง" อยู่ที่กระบวนการผลิตอันละเอียดอ่อน ตั้งแต่การคัดสรรวัสดุธรรมชาติอย่างกระดาษสาคุณภาพดี นำมาประกอบเข้ากับโครงไม้ไผ่ที่ผ่านการเหลาและขึ้นรูปอย่างแม่นยำ โดยมีให้เลือกสรรถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ ร่มกระดาษสา ร่มผ้าแพร และร่มผ้าฝ้าย ซึ่งในปัจจุบัน ความงามสุดคลาสสิกนี้ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ศิลปินและนักออกแบบรุ่นใหม่ ในการนำไปประยุกต์สู่ผลงานร่วมสมัยที่เข้ากับวิถีชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลงตัว นอกจากคุณค่าด้านความงามทางศิลปะและประโยชน์ใช้สอยแล้ว "ร่มบ่อสร้าง" ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชนที่สำคัญ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน และยังได้รับการเฉลิมฉลองผ่าน "เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง" ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมเป็นประจำทุกปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเยี่ยมชมกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม เลือกซื้อร่มเป็นของฝาก และสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านหัตถกรรมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ภาพยนตร์โฆษณาชุด "feel all the feelings" จึงไม่ใช่แค่การชวนออกเดินทางเที่ยวไทย เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์และความรู้สึกที่หลากหลายรอให้นักเดินทางมาค้นพบด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้คนไทยได้ชื่นชมและภาคภูมิใจกับคุณค่าของสิ่งใกล้ตัวและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านไอเทมชุมชนที่สะท้อนรากฐานความเป็นไทยผ่านสายตา "ลิซ่า" ลลิษา มโนบาล Amazing Thailand Ambassador
รับชมเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณา "feel all the feelings - เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก" ได้ที่ช่องทางของ Amazing Thailand: https://youtu.be/2hbFUwU5z98