
ภายหลังจากที่ DeeMoney (ดีมันนี่) ซึ่งเป็นบริษัทฟินเทคที่เชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงินระหว่างประเทศแห่งหนึ่งของประเทศไทยได้เข้าร่วมงาน Money 20/20 Asia 2026 ได้เผยบทสรุปของความสำเร็จโดย นายอัศวิน พละพงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง DeeMoney เผยแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ เพื่อร่วมขับเคลื่อนและยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมด้านการชำระเงินข้ามประเทศผ่าน QR Code และการศึกษาแนวทางการโอนเงินด้วย Stablecoin
ปัจจุบัน DeeMoney รองรับธุรกรรมการโอนเงินขาเข้าประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศ เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างประเทศของประเทศไทย โดยบริษัทมีการบริหารจัดการธุรกรรมอยู่ที่ประมาณ 4-5 ล้านรายการต่อปี และมีมูลค่าธุรกรรมต่อเดือนมากกว่า 8,000 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ DeeMoney ช่วยลดภาพรวมของต้นทุนในการโอนเงินสำหรับผู้ใช้ได้ประมาณ 3-4% จากการคิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปอย่างมาก (โดยทั่วไปอยู่ที่ 2-5 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่ากับ 7.5%-10% สำหรับค่าธรรมเนียมธุรกรรมขนาดเล็กของธนาคาร) ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการลดรายจ่ายทั้งสำหรับครัวเรือนและภาคธุรกิจสูงถึง 300-400 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและกำลังซื้อภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
"เป้าหมายของเราในงาน Money20/20 Asia คือการยกระดับบทสนทนาจากเรื่องของเครื่องมือโอนเงิน ไปสู่การออกแบบโครงสร้างระบบการเงินเชิงกลยุทธ์" โดยนายอัศวิน พละพงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง DeeMoney กล่าวว่า "เราไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการโอนเงิน แต่เรากำลังพิสูจน์ว่า การใช้กฎระเบียบที่แข็งแกร่งร่วมกับความเข้าใจในตลาดแรงงานต่างชาติอย่างแท้จริง และผู้ประกอบการ SMEs ที่เราให้บริการ สามารถช่วยให้เศรษฐกิจไทยประหยัดต้นทุน และเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน"
นอกจากนี้ DeeMoney ยังได้เปิดเผย 2 โครงการสำคัญด้านเทคโนโลยีที่มุ่งลดอุปสรรคและเพิ่มความคล่องตัวของธุรกรรมระหว่างประเทศ ได้แก่
ในด้านความท้าทายของภาคธุรกิจ DeeMoney ยังได้เสนอแนวทางปรับปรุงกฎระเบียบต่อธนาคารแห่งประเทศไทย โดยปัจจุบันใบอนุญาตการโอนเงินระหว่างประเทศกำหนดวงเงินโอนสำหรับนิติบุคคลไว้ที่ 800,000 บาทต่อรายการต่อวัน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับธุรกิจ SMEs ที่ต้องชำระเงินค่านำเข้าจำนวนมาก DeeMoney จึงเสนอให้มีการกำหนดเพดานแบบขั้นบันไดตามขนาดหรือรายได้ของธุรกิจ เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ด้วยอัตราความสำเร็จของธุรกรรมแบบเรียลไทม์สูงถึง 99.9% ผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงกับธนาคารชั้นนำในประเทศไทย 7 แห่ง และเครือข่ายแพลตฟอร์มพันธมิตรกว่า 70 แห่งทั่วโลก DeeMoney ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการเงินที่ไร้พรมแดนต่อไป ผ่านการสนับสนุนแรงงานไทยในพื้นที่สำคัญ เช่น ประเทศอิสราเอล ประเทศไต้หวัน และประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงการช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถชำระเงินให้คู่ค้าทั่วโลกได้อย่างราบรื่น