
ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับ Supply Chain Shift ชูเทคโนโลยี-วัสดุ-นวัตกรรม ขับเคลื่อน "Cost-Effective Platform" ใน INTERMACH & Plastics & Rubber Thailand 2026
ภาคอุตสาหกรรมการผลิตไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain Shift) และแรงกดดันด้านต้นทุน รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น โดยผู้บริหารจาก 3 องค์กรหลักได้ร่วมสะท้อนมุมมอง ผ่านเวที Executive Interviewเพื่อชี้ทิศทางอุตสาหกรรมและโอกาสของผู้ประกอบการไทย

ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน INTERMACH 2026 ซึ่งเป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรอุตสาหกรรมและระบบการผลิตระดับนานาชาติของอาเซียน จะจัดขึ้นร่วมกับงาน Plastics & Rubber Thailand 2026 งานแสดงนวัตกรรมด้านวัสดุ พลาสติก และยางแห่งอนาคต ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Innovation) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยทั้งสองงานมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง "เทคโนโลยีการผลิต + วัสดุ + ซัพพลายเชน" เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร
ข้อมูลอุตสาหกรรมล่าสุดชี้ว่า ภาคการผลิตในเอเชียยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติกและยางที่เป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักของหลายอุตสาหกรรมปลายน้ำ ตั้งแต่ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการทั่วภูมิภาคกำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ทั้ง AI, Automation และ Smart Manufacturing ควบคู่ไปกับการพัฒนาวัสดุทางเลือก วัสดุน้ำหนักเบา และวัสดุรีไซเคิล เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนและยกระดับประสิทธิภาพการผลิต
ในปี 2026 แนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตในอาเซียนคือการเปลี่ยนผ่านสู่ "โรงงานอัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบบอัตโนมัติ ควบคู่กับการพัฒนา "วัสดุอัจฉริยะ (Advanced Materials)" ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืน ตั้งแต่การใช้ AI ในการควบคุมคุณภาพ การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ไปจนถึงการใช้ Digital Twin และระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงนวัตกรรมด้านพลาสติกและยางที่ช่วยลดของเสีย ลดต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
คุณกุลโชค โพธิ์พัฒนชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) กล่าวว่า "วันนี้ผู้ผลิตไม่ได้แข่งขันกันที่ 'กำลังการผลิต' เพียงอย่างเดียวแต่แข่งขันกันที่ 'ความแม่นยำ ความเร็ว และความสามารถในการควบคุมต้นทุน'
เทคโนโลยีอย่าง Automation, Robotics และ Smart Manufacturing จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็น 'โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการผลิต' ที่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่ม Productivity และลดความผิดพลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน การใช้ระบบดิจิทัลและข้อมูลทำให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และงาน INTERMACH 2026 คือเวทีที่ผู้ประกอบการจะได้เห็นโซลูชันจริง ทดลองจริงและเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองได้อย่างมั่นใจ"
ด้านคุณวิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย กล่าวว่า "อุตสาหกรรมกำลังก้าวไปสู่การผลิตชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น น้ำหนักเบา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างชัดเจน เทคโนโลยีแม่พิมพ์จึงต้องพัฒนาไปสู่ Smart Mold ที่สามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และปรับปรุงกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้คุณภาพที่สม่ำเสมอและลดความสูญเสียในทุกขั้นตอน
สิ่งสำคัญคือ เทคโนโลยีแม่พิมพ์ขั้นสูงสามารถช่วยให้ผู้ผลิตใช้วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุทางเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เพิ่มภาระด้านเวลาในการผลิต(Cycle Time) หรือทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Sustainability และ Cost Efficiency ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถเดินไปพร้อมกันได้ หากมีเทคโนโลยีและการออกแบบกระบวนการที่เหมาะสม"
คุณเมธาวัจน์ เศรษฐจินดาเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า "INTERMACH และ Plastics & Rubber Thailand 2026 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Cost-Effective Platform โดยเรามองว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไม่ได้ต้องการเพียงแค่การเห็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องการโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน
งานนี้ จึงเป็นมากกว่าพื้นที่แสดงเทคโนโลยี แต่คือ ecosystem อุตสาหกรรมที่ครบวงจรอย่างแท้จริง ที่รวบรวมทั้งเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมวัสดุ และผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้ ไว้ในที่เดียว
ในด้านการแสดงเทคโนโลยี INTERMACH 2026 นำเสนอเครื่องจักรและโซลูชันการผลิตชั้นนำจากกว่า 2,000 แบรนด์ทั่วโลก ขณะที่ Plastics & Rubber Thailand 2026 รวบรวมนวัตกรรมวัสดุและกระบวนการผลิตด้านพลาสติกและยางที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ครบครัน นอกจากนี้ ทั้งสองงานยังเป็นเวทีที่องค์กรและหน่วยงานชั้นนำมาร่วมผลักดันอย่างคับคั่ง ทั้งสมาคมภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ผ่านการประชุมสัมมนาเชิงลึกกว่า 50 หัวข้อ ครอบคลุมตั้งแต่ทิศทาง Smart Manufacturing, Sustainability, Supply Chain Transformation ไปจนถึงการจัดงานร่วมกับงาน SUBCON Thailand, Future Mobility Thailand และ Tyrexpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย
สิ่งเหล่านี้ทำให้งานนี้เป็น 'แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้เร็วขึ้น' ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือการสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครบวงจร" ในวันที่เทคโนโลยีและข้อมูลกลายเป็นหัวใจของการผลิต ผู้ประกอบการที่สามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้เร็ว ย่อมได้เปรียบในเกมการแข่งขันระดับโลก
งาน INTERMACH และ Plastics & Rubber Thailand 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา โดยเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมวัสดุ และโอกาสทางธุรกิจไว้ในที่เดียว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน