
สหพัฒนพิบูล หรือ SPC ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการได้รับ ประกาศนียบัตรการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ประจำปี 2568 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สะท้อนกลยุทธ์ "Green Supply Chain" มุ่งสู่การเป็น "องค์กรคาร์บอนต่ำ" อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดสู่ซัพพลายเชน ขับเคลื่อน "Green Ecosystem" ทั้งระบบ
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินรอบปี 2568 (มกราคม - ธันวาคม) บริษัทได้ดำเนินการคำนวณและทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักเกณฑ์ของ อบก. อย่างครบถ้วน
โดยผลการรับรองดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวทางสากล
SPC เปิดเผยอีกว่า บริษัทไม่ได้หยุดอยู่เพียงการพัฒนาองค์กร แต่ได้เดินหน้าสร้าง "Green Ecosystem" โดยสนับสนุนบริษัทย่อยและพันธมิตรหลัก ให้ดำเนินการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันทั้งระบบ ประกอบด้วย
- บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด (สำนักงานใหญ่)
- บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด โรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จังหวัดปราจีนบุรี
- บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด โรงงานผลิตเครื่องดื่มอัดแก๊ส จังหวัดนนทบุรี
- บริษัท กรุงเทพ ทาวเวอร์ (1999) จำกัด (สำนักงานใหญ่)
- บริษัท แดรี่ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) และโรงงานผลิตนมเปรี้ยว จังหวัดราชบุรี
- บริษัท ทิพย์วารินวัฒนา จำกัด (สำนักงานใหญ่) และโรงงานผลิตน้ำแร่มองต์เฟลอ จังหวัดตาก
แนวทางดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ "Green Supply Chain" ที่ SPC มุ่งยกระดับทั้งระบบธุรกิจ ไม่ใช่เพียงองค์กรหลัก แต่ครอบคลุมถึงพันธมิตรในทุกมิติ
ทั้งนี้ การได้รับการรับรอง CFO ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดย SPC พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการพลังงาน และระบบโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม และมีส่วนร่วมในการผลักดันประเทศไทยสู่ "สังคมคาร์บอนต่ำ" อย่างยั่งยืนในระยะยาว