
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ เดินหน้ากวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต่อเนื่อง โดยในเดือนเมษายน 2569 กรมฯ ได้จัดชุดระดมและชุดจรยุทธ์ร่วมลงตรวจเฝ้าระวังพื้นที่ศูนย์การค้า ย่านการค้า และโกดังเก็บสินค้า ในกรุงเพทฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด สามารถจับกุมสินค้าละเมิดฯ โดยเฉพาะเครื่องสำอางปลอมได้เป็นจำนวนมาก

นางอรมน ทรัพย์ทวีรธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ทั้งยังทำลายความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญและเร่งจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สกัดกั้นสินค้าละเมิดและจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่พร้อมพัฒนามาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก และสนับสนุนการยกระดับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในอนาคต
ทั้งนี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยความคืบหน้าการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงเดือนเมษายน 2569 กรมฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งชุดระดมกวาดล้างและชุดจรยุทธ์ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. และเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ปูพรมปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยการตรวจค้นย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และภูเก็ต สามารถจับกุมสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า อาทิ กระเป๋า กางเกง เสื้อ แว่นตา เข็มขัด กำไล รองเท้า และหมวก พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบแหล่งเก็บสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ หลังสืบทราบว่ามีการจำหน่ายเครื่องสำอางปลอมผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเปิดเผย ซึ่งผลการตรวจค้นพบเครื่องสำอางละเมิดเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดังล็อตใหญ่ ในการนี้ สถิติการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในเดือนเมษายน 2569มีของกลางรวมทั้งสิ้น 709,786 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้กระทำผิดรวม 29 คดี นำส่งของกลางและผู้ต้องหาต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปนางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายหมุนเวียนเข้าสู่ท้องตลาด อันเป็นการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคจากการใช้สินค้าปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้ได้โดยตรง ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่ากระบวนการผลิตสินค้าปลอม โดยเฉพาะเครื่องสำอาง มีการปลอมบรรจุภัณฑ์ให้ใกล้เคียงของแท้ได้อย่างแนบเนียนยิ่งขึ้น โดยมีการปลอมทั้งฉลากสินค้าภาษาไทยและเลข อย.ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนและเข้าใจผิดได้ง่าย
กรมฯ จึงขอย้ำเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่เป็นทางการหรือแหล่งที่น่าเชื่อถือ พร้อมตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่มีตำหนิ รวมทั้งมีราคาที่สมเหตุสมผล ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งได้ที่เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อ "แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา" หรือสายด่วน 1368