
- Scoot ยืนยันคำสั่งซื้อเครื่องบินตระกูล A320neo เพิ่มอีก 5 ลำ พร้อมใช้สิทธิ์สั่งซื้อเพิ่มเติมอีก 6 ลำ
- การเสริมความแข็งแกร่งของฝูงบินครั้งนี้จะสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวและรองรับความต้องการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้น
- เครื่องบินใหม่จะทยอยส่งมอบตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป
Scoot สายการบินราคาประหยัดในเครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (SIA) ประกาศยืนยันคำสั่งซื้อเครื่องบินตระกูล Airbus A320neo จำนวนห้าลำ พร้อมใช้สิทธิ์สั่งซื้อเพิ่มเติมอีกหกลำ จากคำสั่งซื้อเดิมที่ทำไว้กับ Airbus ในปี 2557 โดยเครื่องบินใหม่ทั้งหมดจะทยอยส่งมอบตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป
เครื่องบินทั้ง 11 ลำนี้ จะติดตั้งเครื่องยนต์ Pratt & Whitney PW1100G-JM (GTF) ส่งผลให้คำสั่งซื้อเครื่องบินตระกูล A320neo ของ Scoot เพิ่มขึ้นเป็นทั้งหมด 20 ลำ
เครื่องบินใหม่ดังกล่าว จะรองรับที่นั่งจำนวน 186 ที่นั่ง สำหรับรุ่น A320neo และ 236 ที่นั่ง สำหรับรุ่น A321neo ในรูปแบบชั้นโดยสารเดียวทั้งหมด รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ในภาคผนวก A
เครื่องบินตระกูล A320neo ที่จะรับมอบใหม่นี้ จะช่วยเสริมขีดความสามารถด้านความจุผู้โดยสารและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเครือข่ายเส้นทางบินในระยะทางประมาณ 5 ถึง 6 ชั่วโมงบิน ช่วยให้ Scoot สามารถเปิดเส้นทางบินใหม่ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายที่กว้างขึ้นของกลุ่ม SIA ขีดความสามารถดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการเชื่อมต่อทางอากาศของสิงคโปร์ ระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียเหนือ และจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ทั่วโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการบินระดับโลก อีกทั้งยังสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรมการบิน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Scoot เดินหน้าขยายทั้งฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางการบินอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่มีความต้องการสูง รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่เพื่อเสริมการเชื่อมต่อกับตลาดสำคัญต่าง ๆ นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565/2566 เป็นต้นมา Scoot ได้ช่วยเสริมเครือข่ายการเชื่อมต่อของกลุ่ม SIA ผ่านการเปิดจุดหมายปลายทางใหม่จำนวน 25 แห่ง ซึ่งรวมถึงเมืองรองที่กำลังเติบโต เช่น เชียงราย ประเทศไทย และฟู้โกว๊ก ประเทศเวียดนาม ตลอดจนจุดหมายปลายทางระยะไกลอย่างกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยในจำนวนดังกล่าว มี 16 จุดหมายปลายทางที่ให้บริการจากสิงคโปร์โดย Scoot เพียงสายการบินเดียว
Scoot จะให้บริการรวมทั้งหมด 85 จุดหมายปลายทาง ภายในเดือนมิถุนายน 2569 คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของจุดหมายปลายทางทั้งหมดที่เชื่อมต่อผ่านท่าอากาศยานชางงี ประเทศสิงคโปร์ โดยในจำนวนนี้ มี 37 จุดหมายปลายทางที่ให้บริการโดย Scoot เพียงสายการบินเดียว สะท้อนบทบาทสำคัญของ Scoot ในการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ระหว่างเมืองต่าง ๆ และกระตุ้นการเดินทางในเส้นทางที่อาจยังไม่ได้รับการให้บริการอย่างเพียงพอ
นายเลสลี่ ถง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Scoot กล่าวว่า "เราคาดว่าความต้องการเดินทางจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขีดความสามารถด้านระยะทางบินและความจุของเครื่องบินตระกูล A320neo จะช่วยให้ Scoot สามารถขยายและเสริมเครือข่ายการเชื่อมต่อของกลุ่ม SIA ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ให้กับกลุ่ม SIA และมอบทางเลือกการเดินทางที่ไร้รอยต่อยิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสาร"
"การผสานระหว่างเครื่องบิน Embraer E190-E2, เครื่องบินตระกูล Airbus A320 และเครื่องบินตระกูล Boeing 787 ช่วยให้ Scoot สามารถให้บริการเครือข่ายเส้นทางการบินที่ครอบคลุม ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะไกล ซึ่งช่วยเสริมเครือข่ายโดยรวมของ SIA และสนับสนุนบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการบินระดับโลก" นาย เลสลี่ กล่าวเสริม
ปัจจุบัน Scoot มีฝูงบินรวมทั้งสิ้น 63 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner จำนวน 24 ลำ (รวมรุ่น -8 และ -9) เครื่องบินตระกูล A320 จำนวน 30 ลำ (ได้แก่ A320ceo จำนวนหกลำ, A320neo จำนวน 12 ลำ และ A321neo จำนวน 12 ลำ) และเครื่องบิน Embraer E190-E2 จำนวนเก้าลำ โดยภายใต้แผนการปรับปรุงฝูงบินและการรักษาประสิทธิภาพด้านการใช้เชื้อเพลิง Scoot มีแผนทยอยปลดประจำการเครื่องบิน Airbus A320ceo ทั้งหกลำ ภายในปี 2571
การให้บริการฝูงบินที่มีอายุเฉลี่ยน้อยและทันสมัย ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่สุดในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของสายการบิน โดยตั้งแต่ปี 2567 Scoot ได้เพิ่มเครื่องบิน Embraer E190-E2 ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องบินที่เงียบและประหยัดพลังงานมากที่สุดในกลุ่มเดียวกันเข้าสู่ฝูงบิน และในปีงบประมาณ 2568/2569 Scoot ได้ทยอยเปลี่ยนเครื่องบิน Airbus A320ceo จำนวนแปดลำ เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ ได้แก่ Airbus A320neo และ Airbus A321neo ซึ่งสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และสนับสนุนเป้าหมายของกลุ่ม SIA ในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2593